แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ About Brazil แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ About Brazil แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2557

New Year and Brazilian Traditions

ใกล้จะสิ้นปีแล้ว ทำให้หวนคิดถึงบรรยากาศของฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เมื่อสิ้นปีที่แล้ว (2013) กับครอบครัว ซึ่งปีที่แล้วถือได้ว่าเป็นปีแรกที่มีโอกาสได้สัมผัสบรรยากาศการเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่บราซิลพร้อมหนาพร้อมตากับครอบครัว ญาติๆ และเพื่อนฝูง

จำความได้ว่ากะลังท้องอยู่ น่าจะประมาณ 2-3 เดือน ท้องยังไม่ใหญ่ สังเกตุแทบไม่เห็น เลยยังพอจะได้ลัลล้าบ้าง แม้ว่าความซ่าจะต้องดรอปลงไปเพราะต้องดูแลชีวิตน้อยๆ ในท้อง ฉลอง New Year ปีที่แล้วเลยเป็นอะไรที่ประทับใจมากๆ เพราะมีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต วันนี้เลยอยากมานั่งระลึกว่าการฉลองส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่แบบชาวบราซิลเลี่ยนเค้า



คนบราซิลเค้าทำอะไรกันมั่งน้า สำหรับฉลองปีใหม่

  • ใส่ชุดสีขาว  (Wearing White) เป็นความเชื่อของคนบราซิลที่ว่า สีขาวเป็นเป็นสีแห่งความสงบสุข การที่เราใส่ชุดสีขาวต้อนรับปีใหม่ จะทำให้เราเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความสงบสุข (Peace) และเจริญรุ่งเรือง (Prosperity) ดังนั้นแฟชั่นท้ายปีสีขาวจะมาแรง แซงทางโค้งมากๆ ว่าแล้วก็ต้องไปหาชุดสีขาวเตรียมไว้เค้าดาวท์สำหรับปีนี้ล่วงหน้าด่วนๆ

  • จุดพลุ เฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ด้วยการจุดพลุแบบอลังการงานสร้าง 

  • เริ่มต้นวันใหม่ของปีใหม่ด้วยก้าวเท้าขวา (Start new year with "right foot") นิยมก้าวเท้าเข้าบ้าน ก้าวเท้าขึ้นบันได หรือเริ่มต้นเดินด้วยเท้าข้างขวาเพื่อนำโชค รับโชคค่ะ

  • เป๋าตุง เราจะรวยกันข้ามปี (Full Pocket) ใช่ค่ะ คนบราซิลบางคนนิยมพกเงินในกระเป๋าเยอะๆ ข้ามปี เพราะถือเคล็ดว่าจะได้มีเงินตุงเต็มกระเป๋า จะร่ำรวย ล่ำซำ จะมีเงินใช้ไม่ขาดมือในปีใหม่ เพราะงั้นมีเท่าไหร่ยัดใส่เข้าไปค่ะ ทั้งกระเป๋าตังค์ กระเป๋าเสื้อ กระเป๋ากางเกง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ควรระวังความปลอดภัยด้วย เพราะบราซิลก็ขึ้นชื่อเรื่องขโมยขโจรมิใช่น้อย

  • กระโดดข้ามลูกคลื่น 7 ลูกตอนเที่ยงคืน (Jump 7 Waves) หากใครที่แพลนไปฉลองปีใหม่กันที่ชายทะเล พอใกล้ๆ จะเที่ยงคืนจะเห็นผู้คนทยอยกันไปกระจุกตัวกันที่ชายหาด รอเค้าท์ดาวน์และกระโดดข้าวลูกคลื่น การกระโดดข้ามลูกคลื่น 7 ลูกนั้นเชื่อว่าจะนำพาสิ่งดีๆ โชคดีเข้ามาหาเรา เป็นความเชื่อที่สนุกมากๆ โดยเฉพาะกับกริงกะอย่างเรา แปลกใหม่ดี (นี่ขนาดปีที่แล้วท้องนะคะ โดดแบบสนุกสนานมาแล้ว ปีนี้คลอดแล้ว จะจัดเต็ม อิอิ)



เอาเป็นว่า พอจะทราบถึงการฉลองปีใหม่ของชาวบราซิลเลี่ยนกันพอประมาณแล้ว ยังไงปีนี้จะเก็บภาพบรรยากาศมาอัพเดตเพิ่มเติมให้อีกนะคะ ขอให้ทุกท่านมีความสุขในวันส่งท้ายปีเก่า (2014) ต้อนรับปีใหม่ (2015) นะคะ 


วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ไปชอปปิ้งเนื้อกัน (Portuguese for Buying Meat!)

พอย้ายมาอยู่ต่างบ้านต่างเมือง เชื่อว่าปัญหาใหญ่ของสาวไทยทุกคนคือเรื่องคิดถึงอาหารไทย เวลาที่อยากจะซื้อเนื้อมาทำอาหารก็ต้องไปที่ร้านขายเนื้อ หรือซุปเปอร์มาเก็ตใกล้บ้าน แต่ก็มีปัญหาอีกนั่นแหละ คือไม่รู้จะบอกคนขายว่ายังไง อยากได้เนื้อส่วนไหน อะไร ยังไง วันนี้ขอนำเสนอชาร์ทในการเรียกเนื้อส่วนต่างๆ (ทั้งเนื้อหมู เนื้อวัว และเนื้อไก่)

เนื้อหมู (Suíno / Porco)



เนื้อหมูส่วนหลักๆ ที่พบเห็นได้ตามชั้นขายเนื้อในซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือร้านขายเนื้อ ก็จะมีดังนี้ : 
  • Suíno (ซุอินุ) / Porco (ปัวร์คุ) = เนื้อหมู
  • Costela (คอสเตล่า) = ซี่โครง
  • Lombo (ลอมบุ) = เนื้อสันนอก
  • Filé Mignon (ฟิเล่ มิญอก) = เนื้อสันใน
  • Copa (คอปะ) = เนื้อสันคอ
  • Pernil (เปอร์นิล) = เนื้อส่วนต้นขา
  • Joelho de porco (โจเอหลุ จี ปอร์คุ) = ขาหมู (บางที่เค้าตัวเป็นชิ้นๆ ขาย แต่บางที่ก็ขายเป็นขาๆ เลย)
  • Pé (แปะ) = เท้า
  • Miúdos suinos (มิอุดุส ซุอินุส) = เครื่องในหมู ส่วนมากจะไม่ค่อยมีขายตามร้านขายเนื้อเนื่องจากไม่เป็นที่นิยมรับประทาน บางที่อาจจะขายเครื่องในรวมทั้งหมด ซึ่งเราไม่สามารถเลือกได้ ขายเป็นถุงๆ หรือ บางทีอาจจะมีขายตามตลาดนัดใกล้บ้าน 
    • Coração (โคราเซา) = หัวใจ
    • Figado (ฟิกาดุ) = ตับ
    • Intestino (อิงเตสจินุ) = ไส้

เนื้อวัว (Vaca)



เนื่องจากคนบราซิลนิยมบริโภคเนื้อวัวกันเป็นหลัก จึงสามารถหาซื้อได้ง่าย และมีเนื้อหลากหลายส่วนที่ได้รับความนิยม ดังนี้
  • Vaca (วาคะ) = เนื้อวัว
  • Costela (คอสเตล่า) = ซี่โครง
  • Filé Mignon (ฟิเล่ มิญอง) = เนื้อสันใน 
  • Picanha (ปิคาญา) = เนื้อส่วนสะโพก เป็นส่วนที่ได้รับความนิยมมากสำหรับ Churrasco (BBQ สไตล์บราซิเลี่ยน)
  • Contra Filé (คองทรา ฟิเล่) = เนื้อส่วนหลัง นิยมนำมาทำอาหารและบาบีคิว
  • Musculo (มุสคุลุ) = เนื้อน่อง
หมายเหตุ : เนื่องจากฟิวส์เป็นคนไม่ทานเนื้อวัว เลยไม่สามารถอธิบายส่วนต่างๆ ของเนื้อวัวได้ละเอียด หรืออาจจะให้ข้อมูลผิดพลาดไปบ้าง ยังไงก็ขออภัยด้วยนะคะ ^^"

ไก่ (Frango)




เนื้อไก่เป็นเนื้ออีกชนิดที่ชาวบราซิเลี่ยนนำมาประกอบอาหารกันอย่างแพร่หลาย เป็นที่นิยมพอๆ กับเนื้อวัว  มีวางขายตามชั้นในซุปเปอร์มาเก็ตแทบจะทุกส่วน (ยกเว้นตับไก่ และเท้าไก่ ที่จะหายากซักหน่อย) ค่ะ
  • Frango (ฟรางกุ) = เนื้อไก่
  • Peito (เปย์ตุ) = เนื้อส่วนอก
  • Filé de peito (ฟิเล่ย์ จี เปย์ตุ) = เนื้อส่วนอกที่แล่มาทำสเต็ก
  • Sobrecoxa (โซเบรโคช่า) = เนื้อส่วนสะโพก
  • Coxa (โคช่า) = น่องไก่
  • Asa (อาสะ) = ปีกไก่
    • Tulipa (ตุลิปะ) = ปีกไก่กลาง
    • Coxinha da Asa (โคชิงญา ดา อาสะ) = ปีกไก่บน (บางคนเรียกน่องไก่เล็ก อิอิ)
  • Pé (แป่) = เท้า
  • Coração (โคราเซา) = หัวใจ
  • Figado (ฟิกาดุ) = ตับ
  • Moela (โมเอละ) = กึ๋นไก่

คำศัพท์สำหรับการสั่งออร์เดอร์

  • Moido(a) = บด
  • Picado (ปิคาดุ) = หั่น/ตัดเป็นชิ้นๆ 
  • Corta em filé (คอร์ตะ เอง ฟิเลย์) = หั่นเป็นชิ้นสเต๊ก
  • Sem péle (เซง แปลิ) = ไม่เอาหนัง


หวังว่าโพสต์นี้จะเป็นตัวช่วยให้สามารถสั่งซื้อเนื้อกับคนขายเนื้อได้ง่ายขึ้นนะคะ ... กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ว่าแล้วก็ขอตัวไปซื้อเนื้อมาทำกับข้าวก่อนนะคะ ^.^

วันเสาร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ภาษาโปรตุกีส นิดๆ หน่อยๆ #Part1

Portuguese in Gringa Version ^.^


วันนี้ครึ้มอกครึ้มใจ หลังจากคุยสไกป์กับที่บ้าน เม้ามอยกันเรื่อยเปื่อยตามประสา จนที่บ้านรบเร้าให้ช่วยสอนภาษาโปรตุกีสให้ เอาแบบเป็นคำๆ ง่ายๆ เผื่อมีโอกาสได้มาเที่ยวบราซิล จะได้เอาไว้ทักทายกับครอบครัวทางนี้ได้ ... เลยขอลิสต์ภาษาโปรตุกีสแบบกริงกะ (Gringa เป็นคำที่บราซิเลี่ยนเอาไว้เรียกชาวต่างชาติผู้หญิงที่มาอาศัยอยู่ในบราซิลค่ะ ถ้าเป็นผู้ชายจะเรียนกว่า Gringo) เผื่อจะมีประโยชน์กับใครบ้าง ไม่มากก็น้อยนะคะ

การทักทาย

   Oi! (โอ-อิ)  =  หมายถึง Hi ในภาษาอังกฤษ เป็นคำที่ใช้ทักทายกันสั้นๆ แบบเป็นกันเอง
   Tudo bem? (ทู-ดู่-เบ้ง)  =  หมายถึง สบายดีไหม ส่วนใหญ่จะใช้ถามต่อจากคำว่า Oi! เป็น Oi! Tudo bem? 
   Tudo bom? (ทู-ดู่-บ้อง)  =  หมายถึง สบายดีไหม เช่นเดียวกับ Tudo bem?
   Bom dia (บอง-เจี่ย)  =  อรุณสวัสดิ์
   Boa tarte (โบอะ-ตาร์จิ)  =  สวัสดีตอนบ่าย 
   Boa noite (โบอะ-หน้อยจิ)  =  สวัสดีตอนค่ำ และสามารถใช้กล่าวแทนคำว่าราตรีสวัสดิ์ได้ด้วยเช่นกัน

   Opa! (โอ-ปะ)  =  เป็นแสลงที่ใช้เป็นการทักทาย เช่นเวลาเราเจอเพื่อน เราสามารถทักโดยใช้คำนี้ได้ 
   Beleza? (เบ-เล-ซ่า)  =  เบเลซ่า จริงๆ แล้วมีความหมายว่า "ความสวยงาม" แต่คนบราซิลนิยมใช้เป็นคำแสลง แสดงถึงการทักทาย กรณีเดียวกับทำว่า Opa! ประมาณว่า What's up? หรือ How're you doing? อะไรทำนองนี้
   
   

คำชม

   Bonito (โบ-นิ-ตุ)  =  หล่อ น่ารัก (สำหรับชมผู้ชาย)
   Bonita (โบ-นิ-ตะ)  =  สวย น่ารัก (สำหรับชมผู้หญิง)
   Bom! (บอง)  =  หมายถึง "ดี" หรือ Good ในภาษาอังกฤษ
   Joia! (จอ-ยะ)  =  คำนี้จริงๆ แล้วหมายถึง จิลเวลรี่ แต่คนบราซิลใช้เป็นคำชม หมายถึง ดี (พร้อมกับยกนิ้วโป้งให้ด้วย อิอิ)
   Legal! (เล-เกา)  =  หมายถึง Cool! ในภาษาอังกฤษ ใช้แสดงถึงการกระทำ หรือสิ่งๆ นั้นว่ามันเท่ห์ มันคูลมาก
   Da hora! (ดา ออ-ระ) = ความหมายเหมือนกับคำว่า Legal 
   Gostei! (กอส-เต่ย์)  =  หมายถึง Liked! หรือ ฉันชอบนะ (เช่น ไปดูหนังกับเพื่อนมา เพื่อนถามว่าความเห็นว่าสนุกไหม เราก็ตอบไปว่า Gostei! หมายถึง "ฉันชอบนะ")
   

อื่นๆ

   Saúde! (ซา-อุ-จิ)  =  คำนี้หมายถึง สุขภาพ แต่เวลาเราจะชนแก้วดริ้งเบียร์ Saúde! หมายถึง ชนแก้ว หรือ Cheers! นั่นเอง

   Desculpa  (จิส-คู-ป่ะ)  =  หมายถึง Sorry! เป็นคำขอโทษ ใช้ได้ในทุกสถานการณ์ เช่น เหยียบเท้าคนอื่น เดินชน ฯลฯ 
   Com Licença  (คอง-ลิ-เซง-ซ่า)  =  Excuse me! 
   Por favor (ปัว-ฟา-โวร์)  =  Please ใช้ลงท้ายประโยคขอร้อง 
   
   Obrigado (โอะ-บริ-กา-ดุ)  =  ขอบคุณ (ถ้าคนพูดเป็นผู้ชายให้ใช้คำที่ลงท้ายด้วย o)
   Obrigada (โอะ-บริ-กา-ดะ)  =  ขอบคุณ (ถ้าคนพูดเป็นผู้หญิงให้ใช้คำที่ลงท้ายด้วย a)

   Sim (ซิง) = Yes 
   Nao (เนา) = No
  

ประโยคง่ายๆ

   Meu nome é... (เมว-โน-มิ-แอะ)  =  ฉันชื่อ...   
   Eu estou com saudade! (เอ็ว-เอสโตะ-คอง-เซาดาจิ)  =  ฉันคิดถึงคุณ
   Eu te amo. (เอ็ว-จี-อะมุ)  =  ฉันรักคุณ
   Eu estou com fome (เอ็ว-เอสโตะ-คอง-ฟอมิ)  =  ฉันหิวข้าว
   

ไม่รู้จะเขียนอะไรอีกดี อิอิ สำหรับพาร์ทแรกเอาแค่นี้ไปก่อนละกันเนอะ คำง่ายๆ จำได้ไม่ยาก เอาไว้ทักทายบราซิเลี่ยน ... แต่ถ้าเจอเค้ารัวกลับมาก็อย่าเพิ่งตกใจนะคะ แค่ยิ้มกลับไปแล้วพูดว่า Descupa, eu nao falo portugues! แปลว่า ขอโทษที ฉันไม่(สามารถ)พูดภาษาโปรตุเกส :P 


วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2556

Thai Food Festival (August 2013)

โบรชัวร์งาน Thai Food Festival
เมื่อเดือนที่ผ่านมา ได้ไปชอปเสบียงพวกเครื่องปรุงไทยจากร้านประจำ ร้านที่คนไทยในเซาเปาโลต้องรู้จัก เนื่องจากเค้ามีเครื่องปรุงอาหารไทย นำเข้าจากประเทศไทยให้เลือซื้อ จับจ่ายใช้สอยมากมาย ใครมาอยู่ที่เซาเปาโลต้องรู้จัก และเคยมาร้านนี้กันแน่ๆ

... เข้าเรื่องนะคะ คือว่าเดือนที่แล้ว (เฉพาะช่วงเสาร์-อาทิตย์) ทาง Thai Trade Center ได้ร่วมกับร้านขายเครื่องปรุงนำเข้าจากประเทศไทย จัดงาน Thai Food Festival ขึ้นเพื่อโปรโมทอาหารไทย เครื่องปรุงไทยๆ (ที่ทางร้านได้นำเข้ามาขาย) โดยมีการสาธิตวิธีการทำอาหารไทยที่ขึ้นชื่อสำหรับชาวต่างชาติให้ได้ชมและชืมกัน โดยงานนี้มีเชฟคนไทยชื่อดัง เชฟป๊อบปี้ จากร้านอาหารไทเกอร์ ในเมืองเซาเปาโล เป็นเชฟใหญ่ ควงตะหลิว สะบัดกระทะ ปรุงอาหารไทยให้ชาวบราซิเลี่ยนได้ชิมกัน บรรยากาศที่ได้ไปในวันนั้น บราซิเลี่ยนมุงเยอะมากมายืนดู รอชิมกันมากมาย


บราซิเลี่ยนมุง
ขอเป็นหน้าม้าให้ด้วยความเต็มใจค่ะ
เซฟป๊อบปี้


แม้ว่าอาหารไทยจะค่อนข้างแตกต่างและใหม่สำหรับคนบราซิลมากๆ แต่เห็นจากฟี้ดแบ็กแล้วก็คิดว่าโอเคนะคะ ถ้ามีการสนับสนุน และโปรโมทไปเรื่อยๆ เป็นระยะๆ น่าจะเป็นที่ยอมรับกว้างขวางขึ้นอีกมาก


หมายเหตุ : ไม่ได้เขียนบล๊อกนี้เพื่อการโฆษณาหรือโปรโมทให้กับทางร้านนะคะ จึงขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อร้านค่ะ  

วันจันทร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2556

ชีวิตขำๆ ในบราซิล

ตั้งแต่มาย้ายมาอยู่บราซิลเป็นเวลา 6 เดือนแล้ว ก็คิดว่าครึ่งปีนี่ก็นานพอประมาณได้ หลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่างที่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้แล้ว แต่ก็มีบางอย่างที่ยังคงไม่คุ้น ไม่ชินอยู่บ้าง กับวัฒนธรรมบราซิลเลี่ยนที่ได้พบได้เจอทุกวัน ขำๆ กับตัวเองไป


มอเตอร์ไซด์บีบแตร ปิ้นๆๆๆๆ

เนื่องจากบ้านอยู่นอกเมือง และต้องเดินทางไปนู่นนี่ตลอด เราจึงต้องอาศัยเส้นทางหลักเข้าเมือง และนั่นทำให้ต้องเผชิญกับแก็งสเตอร์มอเตอร์ไซด์เครื่องแรง ขี่ฉวัดเฉวียน พอๆ กับพี่วินบ้านเรา เพียงแต่ที่นี่เค้ามีวัฒนธรรมแปลกๆ คือ คนขี่มอเตอร์ไซด์จะบีบแตรข่มขู่รถยนต์ ว่ากรุณาให้ทาง อย่าริเบียด มอเตอร์ไซด์มาแล้ว ยังไงยังงั้น ปัญหาคือเวลาที่เราจะเปลี่ยนเลนก็ต้องหาช่องทาง ช่วงจังหวะดีๆ อย่าไปแหยมกับพี่มอเตอร์ไซด์เค้า เดี๋ยวจะโดนแจกนิ้วกลางอากาศให้ ต้องคอยฟังเสียงแตรดีๆ เพราะถ้าได้ยิน ปี๊บ ปี๊บ ปี๊บ ๆๆๆ รัวๆ ก็ให้รอไปก่อน ที่นี่มอเตอร์ไซด์เค้าขาใหญ่จริง อิอิ

เคยขับรถผ่านซีนอุบัติเหตุรถยนต์กับมอเตอร์ไซด์หลายครั้งอยู่เหมือนกัน จะสังเกตุได้ว่า เวลาที่เกิดเรื่อง เกิดอุบัติเหตุขึ้น ชาวมอเตอร์ไซด์ด้วยกัน เค้าจะแสดงความเป็นยูนิตี้ พากันจอดรถช่วย (ประหนึ่งรุมกดดันคนขับรถยนต์คู่กรณี) ... ขอภาวนาอย่าให้เกิดปัญหากับพี่มอเตอร์ไซด์เลย สาธุ พี่ๆ เค้าน่าเกรงขามมาก


อาหารชั่งกิโล

เป็นเรื่องปกติมากถึงมากที่สุดที่จะพบเจอร้าน Self-service หรือ แนว Buffet ได้ทุกหนแห่ง หลากหลายตัวเลือกให้เราได้ไปสัมผัส ราคาก็ขึ้นอยู่กับสถานที่ ถ้าร้านอาหารแบบนี้ทั่วๆ ไป ก็จะถูกหน่อย แต่ถ้าขึ้นห้างก็ปรับขึ้นไปตามระดับ ... ร้านอาหารแบบชั่งกิโลก็คือร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ค่ะ หากแต่ที่บราซิลเค้ามีเอกลักษณ์ตรงที่ จะคิดราคาเป็นแบบชั่งกิโล ร้านอาหารส่วนใหญ่จะนำเสนอเมนูอาหารคล้ายๆ กัน มีทั้งของความและของหวาน บางที่ใหญ่หน่อยก็จะมีอาหารหลากหลายขึ้น ทั้งอาหารบราซิลเลี่ยนสไตล์และอาหารญี่ปุ่นไว้คอยบริการ เราไปถึงก็หยิบจาน เดินตักๆ (คิดภาพคล้ายๆ กับเราเดินตักสลัดที่ซิสเลอร์) ใครกินเยอะก็ตักเยอะ ใครกินน้อยก็ตักน้อย แต่คุณคะ มันคิดเงินตามน้ำหนักค่ะ เพราะฉนั้นอย่าหลงลืมนึกว่าไปกินบุฟเฟ่ต์แบบในเมืองไทยเลยเชียว มิใช่ All You Can Eat นะคะ ที่บราซิลไม่มี (เอ๊ะ หรือว่ามี แต่ไม่รู้เอง อิอิ)

จริงๆ ร้านอาหาร per kilo มันก็ไม่แปลกหรอกนะคะ เพียงแต่อดไม่ได้ที่จะหยิบขึ้นมากล่าวถึง เพราะรู้สึกว่าไปเมืองนอกเมืองนามาก็หลายที่อยู่ เห็นแต่จะมีที่บราซิลที่เป็นเอกลักษณ์แบบนี้ น่ารักดี :)


ห้ามใช้โทรศัพท์ในธนาคาร

ที่บราซิล (แต่อาจจะไม่ทุกรัฐทุกเมืองนะคะ) มีกฎหมายห้ามใช้โทรศัพท์มือถือในธนาคาร เวลาที่เราเข้าไปทำธุรกรรมใดๆ ในธนาคาร เราไม่สามารถหยิบมือถือขึ้นมาใช้ได้ สามีบอกว่าเป็นมาตรการป้องกันการถูกปล้น เพราะเคยมีเหตุการณ์ประมาณว่าลูกค่าธนาคารไปถอนเงินสดจำนวนหนึ่ง แล้วถูกป้นตอนออกจากธนาคารไปแล้ว ตำรวจพบว่ามีสายจากในธนาคารคอยโทรแจ้งเบาะแสให้คนร้ายดักปล้น ดั้งนั้นจึงมีการออกกฎห้ามใช้โทรศัพท์มือถือในธนาคารเด็ดขาด ... ไม่รู้ว่าช่วยได้มากน้อยแต่ไหนนะคะ แต่มันช่างฟังดูน่ากลัวจริงๆ ดีนะไม่มีตังค์ไปฝากไปถอน เลยยังไม่เคยมีประสบการณ์ตรง


ปรบมือเรียกหน้าบ้าน

เป็นวัฒนธรรมที่น่ารักอีกอย่างนึงของบราซิล เวลาไปบ้านใคร แล้วมองไม่เห็นกริ่ง หรือใครมาบ้านเราแล้วหาสวิตช์กริ่งไม่เจอ ก็จะไปยืนปรบมือแปะๆ อยู่หน้าประตูบ้าน เป็นการเรียกให้เจ้าของบ้านออกมารับแขก และทุกครั้งที่ได้ยินเสียงคนปรบมือที่หน้าบ้านคนอื่น จะรีบวิ่งไปแอบดูที่หน้าต่าง ช่วยลุ้นว่าคนในบ้านนั้นจะได้ยินไหม เมื่อไหร่จะมาเปิดประตูซักที เห็นแล้วขำดี :D


วัฒนธรรมการใช้บัตรเครดิต

ที่บราซิลคุณจะแปลกใจว่าไปเดินตลาดนัด ตลาดสด ซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อของเล็กๆ น้อยๆ เช่น น้ำดื่มและขนมจุบจิบราคาไม่กี่เหรียญก็สามารถขอจ่ายด้วยบัตร และสามารถเลือกได้ด้วยว่าจะจ่ายเป็นแบบเครดิตหรือเดบิต (จ่ายเงินสดผ่านบัตร) เพราะคนที่นี่ไม่นิยมพกเงินสดติดตัวจำนวนมากๆ เนื่องจากเสี่ยงต่อการถูกจี้ปล้น และอีกมุมหนึ่งคือการชำระสินค้าและบริการต่างๆ โดยการใช้บัตรสะดวกสะบายมาก อ้อ ที่สำคัญร้านค้าส่วนใหญ่ มีบริการแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ ให้โดยไม่มีดอกเบี้ยให้กับลูกค้าอีกด้วย ... เสียดายที่เมืองไทยบ้านเราไม่มีแบบนี้มั่ง หาที่รับบัตรอยากมาก ต้องไปห้างอย่างเดียวเลย

แต่จะว่าไปความสะดวกสบายนี้มันช่างแฝงความน่ากลัวไว้เงียบๆ เพราะเราอาจจะเพลินกับการจ่ายแบบเครดิต แบ่งชำระได้ 3-10 เดือนโดยไม่มีดอกเบี้ย (และแล้วแต่ประเภทสินค้าและดุลยพินิจจากทางร้านค้า) เลยทำให้เพลินกับการชอปปิ้งไปโดยไม่รู้ตัว ดาบสองคมจริงๆ


ปาร์ตี้วันเกิดเด็กเล็ก

อยากบอกว่าที่บราซิลการจัดงานวันเกิด โดยเฉพาะสำหรับเด็กๆ ช่างเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่เหลือเกิน เคยผ่านงานปาร์ตี้วันเกิดเด็กเล็กๆ ตั้งแต่อายุ 1 ขวบ ไปจนถึงเฉียดๆ 10 ขวบ ... แม่เจ้า มันอลังการเหลือเกิน  แขกเยอะ จัดเต็มทั้งสถานที่ อาหารเครื่องดื่ม ขนม เครื่องเล่นต่างๆ แถมมีโชว์พิเศษๆ มีดีเจคอยเปิดเพลงให้ด้วย บางทีมีธีมด้วยอีต่างหาก

แอบคิดในใจ เด็กเล็กๆ เค้าคงไม่รู้เรื่อง จำความไม่ได้หรอกนะ ว่าเคยมีงานปาร์ตี้วันเกิดใหญ่โตขนาดนี้ ก็เคยคุยกับสามี เค้าก็บอกว่าเป็นเรื่องปกติที่คนบราซิลเค้าทำกัน ไอ้เราก็คนบ้านนอก ไม่คุ้นกับงานเด็กๆ แต่ใหญ่โตแบบนี้ เลยแอบเสียดายเงินแทน ทั้งๆ ที่ไม่ใช่เงินเรา อิอิ ... แต่ตอนนี้เริ่มชินกับวัฒนธรรมนี้ซะแล้ว เพียงแต่ยังคงแปลกใจกับการลงทุนของผู้ปกครองที่นี่ทุกครั้งที่มีโอกาสได้ไปร่วมงาน


คิดไม่ออกแล้ว ได้แค่นี้ล่ะค่ะ ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมจะมาแชร์ประสบการณ์เพิ่มเติมอีกที :)




วันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2556

จับจ่ายซื้อของที่ Mercado Municipal

วันนี้ที่บ้านอยากกินอาหารทะเล จึงได้ฤกษ์มาตะลุยตลาดกลางในเมืองเซาเปาโล แห่งนี้เพื่อซื้อกุ้ง หอย ปู ปลา กลับบ้านไปจัดปาร์ตี้เล็กๆ กันในครอบครัว ตลาดแห่งนี้มีขนาดใหญ่มาก เป็นแหล่งรวบรวมผัก ผลไม้ อาหารทะเล ของสดของแห้ง เครื่องเทศ และไวน์ต่างๆ แถมราคาค่อนข้างถูก เมื่อเทียบกับซื้อจากห้าง หรือซุปเปอร์มาเก็ตใกล้บ้าน

การเดินทาง เนื่องจากบ้านฟิวส์อยู่ชานเมือง ก็ค่อนข้างไกลจากตัวเมือง จึงสะดวกขับรถมาเอง และการขับรถมาที่นี่ก็ใช้เวลาเกือบๆ 1 ชั่วโมง (บวกลบเวลารถติดนิดหน่อยค่ะ) ปกติถ้าจะหาซื้อของสดเช่น ผัก ผลไม้ เนื้อต่างๆ ก็จะไปซื้อตามซุปเปอร์มาเก็ตใกล้บ้านเอา ราคาก็ทั่วไป ไม่แพงมาก (แต่ก็ไม่ถูกนะคะ) เน้นความสะดวกเอา แต่ถ้าเป็นพวกอาหารทะเล (ปริมาณมากๆ) จะมาซื้อที่นี่ค่ะ เพราะสด สะอาด สะดวก มีตัวเลือกเยอะ และราคาน่ารัก

Mercado Municipal 


Mercado Municipal ตัวตึกใหญ่โต สวยงามมากๆ ทั้งด้านนอกและด้านใน ถึงแม้ว่าจะมาเป็นครั้งแรก ถ้าเห็นตวตึกแล้ว ไม่มีทางหลงแน่ๆ ค่ะ (ภาพบรรยากาศของตลาด)




ร้านค้า

ร้านขายสินค้าต่างๆ ภายในตลาด Mercado Municipal ค่ะ มีอะไรบ้างมาดูกัน (ในรูปเป็นเพียงตัวอย่างนะคะ เพราะ Mercado Municipal ใหญ่มาก มีร้านให้เดินดู เลือกซื้อมากมายเลย)


ร้านขายเครื่องเทศ
ร้านขายผลไม้
ร้านขายชีสประเภทต่างๆ 
ร้านขายของแห้งทั่วๆ ไป
ร้านขายเนื้อ
ร้านนี้ขายสารพัด 
ร้านขายอาหารทะเลสดๆ



แนะนำ: 

ใครมีโอกาสได้มาเที่ยว หรือเดินซื้อของที่ Mercado Municipal อย่าลืมมาชิม Pastel เจ้าโด่งดังด้วยนะคะ แต่ที่ร้านนี้ ไม่ได้มีดีแค่ Pastel เท่านั้น แซนวิชที่นี่ก็อร่อยไม่เบาเลยทีเดียวค่ะ ได้ไส้เยอะมากกกก กินจนจุกเลยทีเดียว อิอิ




Link แผนที่ของ Mercado Municipal ค่ะ 

https://maps.google.com.br/maps?ie=UTF-8&q=Mercado+Municipal&fb=1&gl=br&hq=Mercado+Municipal&hnear=0x94ce448183a461d1:0x9ba94b08ff335bae,S%C3%A3o+Paulo&cid=0,0,4847404873316319777&ei=RhDGUb_mHeWS0QGpyoCABw&ved=0CLMBEPwSMAA 


วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ตุนเสบียงไทยในเซาเปาโล (Thai Groceries Shopping in SP)

แต่ก่อน เวลาที่บินมาเที่ยวบราซิล ครั้งละสองเดือนๆ เลยไม่ค่อยอะไรมากมายกับความรู้สึกโหยหาอาหารไทย เพราะมาแป๊บๆ แล้วก็กลับ แต่พอได้ย้ายมาอยู่ที่นี่จริง ก็เริ่มหวั่นๆ กระเป๋าเดินทางที่ขนสัมภาระมาจากเมืองไทยส่วนใหญ่ก็มีเสื้อผ้า ของใช้ และของกินแบบเต็มอัตราศึก ถึงขั้นต้องซื้อ extra bagage เพิ่มอีก 1 ใบเลยทีเดียว เนื่องจากกลัวจะอดอยากปากแห้ง คิดถึงอาหารบ้านเรา แต่ปัญหาคือ ต่อให้เราขนมามากมายแค่ไหน ใช้ไปเรื่อยๆ ของก็ต้องมีวันหมด ทีนี้สาวไทยบ้านนาเลยต้องออกไปเสาะหาเสบียงข้าวของไทยมาสต๊อกเพิ่ม

วันนี้ฟิวส์ขอแนะนำแหล่งชอปเสบียงของเหล่าสาวไทยแห่งเมืองเซาเปาโลนะคะ

บรรยากาศย่าน Liberdade ค่ะ
บรรยากาศย่าน Liberdade ค่ะ
ออกจาก Metro สถานี Liberdade ก็จะพบกับบรรยากาศเอเชียอันอบอุ่น


บรรยากาศย่าน Liberdade ค่ะ
Liberdade (ลิ-เบอ-ดา-จิ) หรือชื่อเล่นว่า J-Town 

... ใช่แล้วค่ะ มันคือ Japan Town นั่นเอง คงแปลกใจใช่มั๊ยคะที่ทำไมไม่เรียกว่า China Town ก็เนื่องจากที่บราซิลมีพลเมืองที่เป็นคนญี่ปุ่น (Brazilian-Japanese) เยอะมากๆ อิมมิเกรทมาเมื่อร้อยกว่าปีก่อน จึงทำให้ ณ ปัจจุบันบราซิลมีประชากรที่เป็นบราซิเลี่ยนเจแปนนีสเยอะมาก น่าจะรุ่นเจเนอเรชั่น 2 - 3 แล้ว แต่ส่วนใหญ่จะพูดภาษาญี่ปุ่นกันไม่ได้แล้วละค่ะ กลายเป็นบราซิเลี่ยนกันหมดแล้ว ^.^ ทั้งนี้ทั้งนั้นการที่มีคนญี่ปุ่น (จีน เกาหลี) อาศัยอยู่มากจึงทำให้ข้าวของ อาหาร หรือแฟชั่นของบราซิลทั่วๆ ไปมีกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่น เอชียนๆ ปะปนอยู่มากมายเลยทีเดียว จึงทำให้ Liberdade กลายเป็นแหล่งรวมร้านค้า ข้าวของ ร้านอาหารเอเชียทั้งหลายแหล่ไว้ (แต่จะเน้นหนักไปทางข้าวของญี่ปุ่น) ของขายที่นี่มีตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบเลย เรียกได้ว่า มาที่เดียวครบ One stop service ยังไงยังงั้น เอิ้กๆๆๆ

บรรยากาศย่าน Liberdade ค่ะ 

       การเดินทางมา Liberdade หากใครจะมาแนะนำว่าให้ขึ้น Metro มาลงที่สถานี Liberdade ได้เลยค่ะ สะดวกรวดเร็วมาก แต่ถ้าจะขับรถมาก็ดีเช่นกัน เอารถมาเตรียมขนสเบียงกลับ แต่ต้องหาที่จอดรถกันหน่อย เพราะแถวนั้นหาที่จอดรถยากนิดนึง ไม่อย่างนั้นก็ต้องไปจอดแบบเสียตังค์ในที่ Estacionamento (เป็นธุรกิจที่จอดรถค่ะ) ซึ่งราคาก็ค่อนข้างจะแพงเอาเรื่องอยู่ แต่นานๆ มาทีก็คุ้มเหมือนกันค่ะ ขับรถมาชอปสเบียง ซื้อทีเอาให้คุ้มไปเลยเดือนนึง อิอิ จะได้ไม่ต้องเสียเวลามาบ่อยๆ 

       แต่ละร้านที่ย่าน J Town จะขายของคล้ายๆ กัน แนะนำว่าให้ลองเดินดูรอบๆ ก่อน ดูราคา ดูคุณภาพ ดูความสดใหม่ (ของของสด เช่น ผัก เนื้อ ลูกชิ้น อะไรประมาณนี้) ดูวันหมดอายุ เซอเวย์ไปเรื่อยๆ ก็สนุกไปอีกแบบ
     
       เวลาเดินผ่านจะเห็นว่าแต่ละร้านคนจะแน่นมาก บางทีฟิวส์ไปวันธรรมดา คนก็ยังตรึม เยอะพอๆ กับไปช่วงเสาร์อาทิตย์ ร้านประจำที่ฟิวส์ชอบไปซื้อเสบียงจะอยู่ใกล้ๆ กับทางออก Metro เลย ชื่อร้าน TOWA เค้ามี พริกแกงไทยแทบจะทุกประเภท กองทัพซอสไทย และของกินจากเมืองไทยเยอะกว่าร้านอื่นๆ ส่วนขนมขบเคี้ยวจะเดินซื้อขนมตามร้านอื่นๆ เราต้องเฉลี่ยๆ กันไปบ้างใช่มั๊ยคะ กระจายรายได้ให้ทั่วถึง อิอิ ของใช้ ส่วนเรื่องราคา แต่จะร้านก็จะพอๆ กัน อาจจะมีต่างกันนิดหน่อย บวกลบไม่ถึง R$1 ถ้าไม่คิดอะไรมาก ส่วนใหญ่ก็จะซื้อร้านเดียวเยอะๆ ไปเลย เพราะสะดวกดี แต่ถ้าอยากเดินตะลุย survey ของกิน และเทียบราคา ก็ได้เช่นกันค่ะ สนุกไปอีกแบบ

       ของสดพวกผัก ผลไม้ ของสด และซอสต่างๆ แบบบ้านเราที่หาตาม supermarket ทั่วๆ ไปไม่ค่อยได้ เราสามารถมาหาซื้อได้ที่นี่ค่ะ เช่น ครก อุปกรณ์จิปาฐะคล้ายๆ ร้าน Daiso บ้านเรา ผักบุ้ง ผักกวางตุ้ง ดอกกุยช่าย ขิง ข่า เต้าหู้ไข่ พุทรานมสด มะระ ข้าวเหนียว กะปิ น้ำปลา เครื่องตุ๋นยาจีน หมูหยอง กุนเชียง ปูอัด ลูกชิ้นปลา ข้าวเกรียบ ผงชาเย็น ชาเขียวพร้อมดื่มยี่ห้อ ขนมขบเคี้ยว เครื่องเทศต่างๆ ฯลฯ ร่ายเป็นรายตัวไม่หมดแน่ๆ ค่ะ


       เอาไว้ลองดูรูปละกันนะคะ รูปพวกนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งนะคะ พอดีฟิวส์เจออะไรก็จะถ่ายเก็บมาไว้ให้ที่บ้านดู พ่อแม่จะได้เลิกห่วง กลัวลูกผอมเพราะอดอยากซักที อิอิ (ส่วนมากฟิวส์จะอัพเดตที่ Facebook น่ะค่ะ แต่ไม่สามารถเอารูปทั้งหมดมาลงใน Blog ได้ มันเยอะเกินไป ^^" ขอลงนิดๆ หน่อยๆ เพื่อเป็นไกด์ไลน์ก็พอนะคะ) แนะนำว่าถ้ามีเวลาก็ลองเดินเข้า-ออกทุกร้านเลยก็ดีค่ะ สาวไทยแบบเราชอบเดินชอปปิ้งออกกำลังกายกันอยู่แล้ว อิอิ

       ท้ายนี้คอนเฟิร์มค่ะว่าบราซิลก็มีข้าวของไทยค่อนข้างเยอะพอสมควร อาจจะไม่ครบ ตัวเลือกไม่เยอะเหมือนตลาดของไทยในประเทศอื่นๆ เช่นอเมริกา ออสเตรเลีย แต่ก็พอถูไถ แก้ขัด ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเราในประเทศบราซิลไม่ขัดสนเรื่องอาหารการกินจนทำให้เกิดโฮมซิคแน่ๆ ค่ะ



แถมค่ะแถม!!

ขอแถมความคิดเห็นและข้อแนะนำส่วนตัว สำหรับผู้ที่กำลังจะย้ายมาอยู่บราซิล ไม่ว่าจะถาวร หรือ ชั่วคราวนะคะ

1) สเบียงของกิน ถ้าเราติดรสชาติอาหารไทยมากๆ แนะนำให้เตรียมตุนพวกผงคนอร์ คนอร์ก้อนรสที่ชอบ แบบที่ใช่มาเยอะๆ เลยค่ะ เพราะผงปรุงรสที่บราซิลบอกตามตรงว่ารสชาติไม่ค่อยถูกปากคนไทยเท่าไหร่ การสั่งซื้อ หรือให้คนส่งของมาให้ทีหลัง ทั้งแพงกว่า ทั้งลำบากกว่า แบกมาเองมากๆ นอกเหนือจากนี้เราพอจะสามารถหาซื้อได้ หรือไม่ก็สามารถอะแด็พได้จากของกิน (ของใช้) ที่หาได้จากท้องถิ่นค่ะ ที่นี่มีของที่มีรสชาติ และกลิ่นคล้ายๆ กันกับอาหารไทยเยอะพอสมควร

2) เตรียมตัวล่วงหน้าในการหัดทำครัว อย่างน้อยเอาขั้นง่ายๆ อาหารแบบธรรมดาสามัญ จานโปรดที่เราชอบ ไม่ก็ของหวาน หรือจานพิเศษ เผื่อไว้สำหรับโชว์ฝีมือให้ครอบครัว เพื่อนบ้าน หรือเพื่อนๆ ชาวแซมบ้าชิม ... จากประสบการณ์ส่วนตัว ฟิวส์เป็นคนที่ไม่ชอบกินอะไรซ้ำๆ เดิมๆ อยู่เมืองไทย ร้านข้าวราดแกง ร้านอาหารทุกประเภท มีให้เราเลือกเข้าออกเป็นว่าเล่น แทบจะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำกับข้าวกินเองเลยด้วยซ้ำ เพราะค่าครองชีพไม่สูง แถมมีร้านรวงหลายสัญชาติให้เลือกหลากหลาย ผิดกับที่นี่ค่ะ อาหารเค้าจะเน้นแบบเดิมๆ ถ้าไปร้านอาหารทั่วๆ (คล้ายๆ ข้าวราดแกงแบบเดินเลือกตักเอง) ไปจะเป็นแนวชั่งกิโล แต่ละร้านอาหารก็จะเหมือนๆ กัน กินบ่อยๆ ก็เริ่มเป็นโรคเบื่ออาหาร ถ้าจะไปร้านอาหารแนวอื่นๆ ก็ราคาจะสูงนิดนึง นานๆ ทีพอไหว แต่จะฝากท้องกินทุกวัน วันละ 3 มื้อ คงโดนสามีเคอฟิวแน่ๆ อิอิ เพราะฉนั้น จึงควรหัดทำกับข้าวไว้บ้าง นิดๆ หน่อยๆ ก็ยังดี เดี๋ยวพอมาอยู่ไปนานๆ ความจำเป็นจะบังคับทำให้เราหัดเข้าครัว ทำครัว ลองทำเมนูได้หลากหลายมากขึ้นเองค่ะ

3) อย่าคาดหวังกับน้ำบ่อหน้ามาก หาข้อมูลไว้ก่อนมากๆ เช่น ของที่เราจำเป็นจะต้องใช้อะไรในชีวิตประจำวัน ของที่เราชอบกินบ่อยๆ ที่ประเทศที่เราจะไปอยู่พอจะมีขายมั๊ย วัตถุดิบที่จะใช้ทำเราพอจะหาได้รึเปล่า หาจากไหนได้บ้าง จริงอยู่ว่าที่นี่อาจจะมีขาย อาจจะหาซื้อได้ แต่ด้วยความที่ต่างประเทศต่างสถานการณ์ ต่างวิถีดำเนินชีวิต ถ้าจะหวังว่าไปถึงค่อยตามหา ค่อยไปตระเวนหาซื้อคงลำบาก และอาจจะทำให้เกิดความท้อตามมา คร่ำครวญกับตัวเองว่าประเทศนี้มันช่างอยู่ยาก อยู่เย็น อะไรประมาณนี้ เพราะฉนั้นเตรียมอะไรๆ ที่คิดว่าตัวเองจำเป็นต้องกิน ต้องใช้ติดมาบ้างส่วนหนึ่ง แล้วพออะไรๆ เข้าที่เข้าทางค่อยวางแผนการอำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตในบราซิล จะทำให้เราไม่เครียด ไม่อึดอัดกับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากที่เราเคยอยู่ค่ะ

การเตรียมตัวมาดีมีชัยไปกว่าครึ่งนะคะ อยู่ไหนก็แฮปปี้ มีความสุข อิอิ