แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Documents & Procedures แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Documents & Procedures แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

การรอคอยที่สิ้นสุด กับ RNE (ภาคจบ)

เคาท์เตอร์รับ RNE
หลังจากรอคอยมา 6 เดือน รอกันจนลืม เพิ่งระลึกได้ว่าน่าจะได้เวลาที่เราจะได้รับ RNE แล้วนะ เลยให้สามีเช็คผลจากเวปไซด์ ปรากฏว่าในเวปบอกแค่ว่า ยัง in process อยู่ แต่ด้วยความที่ยังติดใจสงสัยเลยขอให้สามีโทรเช็คกับ Federal Police ดูอีกที ทางเจ้าหน้าที่ก็ดี๊ ดี บอกว่าครบกำหนด 180 วัน บัตรน่าจะมาถึงแล้วนะ แต่สถานะในเวปไซด์อาจจะยังไม่ได้อัพเดต ให้เข้ามาติดต่อรับบัตรได้เลย

วันรุ่งขึ้นเลยรีบตื่นกันแต่เช้า บึ่งรถออกไปในตัวเมืองเซาเปาโล พิกัดที่ Policia Federal ไปถึงด้วยความโชคดี วันนั้นระบบดาวน์ ไม่สามารถให้บริการด้านวีซ่าและทำบัตร RNE ได้ เลยทำให้คนไม่เยอะ คิวไม่ยาว เราจึงดิ่งขึ้นไปที่ชั้นสาม ณ เคาท์เตอร์ช่องที่เขียนว่า "RETIRADA DE CEDULAS RNE" เพื่อขอรับบัตรประชาชนต่างด้าวของเรา

ยื่นใบ RNE ชั่วคราวที่เป็นกระดาษที่ได้ครอบครองมาเป็นระยะเวลา 6 เดือนให้ คุณเจ้าหน้าที่ไป ซักครู่คุณเจ้าหน้าที่กลับมาพร้อมกับบัตร RNE สีส้มอ่อนของเรา ... ในที่สุดฉันก็ได้เธอมาครอบครอง สิ้นสุดการรอคอยอันยาวนานซะที :P

ในที่สุดก็ได้ RNE ที่รอคอยมาแสนนานมาครอบครอง

วันอังคารที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2557

ทำ RNE (Registro Nacional de Estrangeiro)

ต่อจากโพสต์ "ได้ Permanent Residency Visa แล้วค่ะ (อัพเดต)" นะคะ
http://pathaleeya.blogspot.com.br/2014/04/permanent-residency-visa.html


หลังจากทำการนัดคิวล่วงหน้า เตรียมเอกสาร ถ่ายรูป และจ่ายเงินค่าธรรมเนียมเสร็จเรียบร้อย พอถึงวันนัด เราก็เช็คเอกสารอีกครั้ง เพื่อความชัวร์ และเดินทางไป Federal Police


ไปถึงเราก็แจ้ง จนท ที่เค้าท์เตอร์รับเรื่อง (ชั้น 3) เค้าก็ให้เราไปนั่งรอ พอถึงคิวเรา ก็ยื่นเอกสารให้ จนท วันนั้นพอดีเกิดปัญหานิดหน่อยคือ ฟิวส์กรอกข้อมูลในแบบฟอร์มไม่ครบ แบบว่าลืมอ่ะค่ะ แต่คุณ จนท ก็ใจดี บอกไม่เป็นไร เดี๋ยวจะจัดการให้ ก็รอดตัวไปค่ะ (เนื่องจากเป็นความสะเพร่าของเราเอง ทีแรกนึกว่าจะถูกไล่ให้กลับไปเริ่มต้นใหม่หมด แถมได้ยินกิตติศัพท์กระบวนการทำงานของ จนท ที่นี่มาแบบไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ เลยกลัวจะเสียเวลาอีก หุหุ) หลังจากเสร็จกระบวนการตรวจเอกสาร เค้าก็เอาพาสปอร์ตมาคืนให้ เปิดดูก็จ๊ะเอ๋กับ PR วีซ่าที่รอมานานนนนน ตอนนี้ได้มาครอบครองอยู่ใน Passport เสียที ดีใจกันอยู่แป๊บนึง จนท เค้าก็เดินกลับมาหาพร้อมกับยื่นกระดาษมาแผ่นนึงให้ (ไม่ได้ถ่ายรูปไว้นะคะ ลืม) แล้วเค้าก็ให้เราถือกระดาษแผ่นนั้นไปนั่งรอที่หน้าห้องอีกห้องเพื่อทำการถ่ายรูปติดบัตร RNE และสแกนลายนิ้วมือ

นั่งรออยู่ไม่นาน ก็ได้ถูกเรียกตัวให้เข้าไปในห้อง (คุณ จนท ไม่ให้สามีเข้าไปอีก ใจแป้วมากค่ะทีแรก คิดอยู่ว่าแล้วตรูจะคุยกะ จนท ยังไงเนี่ย) แต่เข้าไปไม่นานก็เสร็จ คุณ จนท เค้ามีสปีดการทำงานแบบความเร็วแสง ถ่ายรูปติดบัตร แชะเดียวแบบไม่ได้ตั้งตัว คิดว่ารูปตัวเองคงหน้าตาเหวอมากมาย สแกนลายนิ้วมือก็เร็วมาก ปุ๊บปั๊บเสร็จเรียบร้อยละ แล้วก็ถูกอัญเชิญให้ออกจากห้องพร้อมกับกระดาษ 1 แผ่น ซึ่งกระดาษแผ่นนี้เป็นใบใช้แทนบัตร RNE ชั่วคราวจนกว่าเราจะได้รับ RNE ตัวจริงค่ะ



สรุปแล้ววันนี้ทุกอย่างสำเร็จผ่านไปได้ด้วยดีแบบงงๆ เร็วจนไม่ทันตั้งตัว เรียบร้อยแล้วค่ะ สำหรับกระบวนการทำ RNE ที่เหลือก็แค่รอรับตัวจริงที่เค้าจะส่งไปให้ถึงบ้าน เห็นบอกว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 180 วัน ก็อีกตั้ง 6 เดือนนู่นค่ะ รอกันต่อไป หุหุ

ได้ Permanent Residency Visa แล้วค่ะ (อัพเดต)

ไม่ได้อัพ Blog ซะนานหลายเดือนเลย เนื่องจากติดภารกิจกำลังจะเป็นว่าที่คุณแม่ แล้วก็แอบกลับไปลัลล้าที่ไทยแลนด์เดือนกว่ามา วันนี้ได้ฤกษ์เข้ามาอัพเดตผลวีซ่าที่รอมานานแสนนานเสียที

หลังจากที่ทำเรื่องยื่นขอ PR (Permanent Residency Visa) ไป เริ่มจากขั้นตอนแรกตั้งแต่เดือนกลางมีนาคม 2013 จนถึงการอัพเดตผลครั้งล่าสุดเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2013 มีการอัพเดตสถานะวีซ่าให้จากทางเวปไซด์ และแล้วในที่สุดวันที่รอคอยก็มาถึง เมื่อปลายเดือนมกราคม 2014 ผลวีซ่าก็ออก และได้รับการยืนยันจากเวปไซด์ว่าดิฉันได้วีซ่ามาครอบครองแล้ว

แต่ค่ะแต่ ... แต่ว่าเรายังไม่สามารถจะทำอะไรได้ ต้องรอให้จดหมายแจ้งจากทาง... มาถึงบ้านเราซะก่อนนะคะ หน้าตามันจะเป็นแบบนี้ค่ะ



เนื่องจากระหว่างที่ได้รับจดหมายยืนยันเรื่องผลวีซ่าฉบับมาถึงบ้าน ตัวเราเองกลับไปเยี่ยมที่บ้านที่เมืองไทย เลยต้องกลับมาเคลมผลวีซ่าหลังจากกลับมาจากไทยค่ะ ... อ้อ หลังจากผลวีซ่าของเราออกแล้ว เค้าจะมีระยะเวลาให้เราไปเคลมวีซ่า ภายใน 90 วัน นับตั้งแต่ผลวีซ่าออกแบบเป็นทางการ (ซึ่งรายละเอียดเค้าจะแจ้งมาในจดหมายฉบับที่เราได้รับนั่นละค่ะ)

วิธีการเคลมคือไปติดต่อที่ Federal Police แล้วบอกว่าได้รับจดหมายยืนยันผลวีซ่าไปที่บ้าน แล้ว จนท เค้าจะให้ List ของเอกสารที่จะต้องใช้ยื่นทำ RNE หรือบัตรประจำตัว ของเราและแจ้งให้เราทราบว่าต้องทำการนัดคิวทางอินเตอร์เน็ตล่วงหน้า (ขั้นตอนการทำ RNE จะมาแจ้งอีกทีนะคะ ตอนนี้กะลังรอคิวค่ะ ใกล้ละ อีกไม่กี่วัน แล้วจะมาอัพเดตรายละเอียดให้อีกนะคะ)

List เอกสารที่ต้องเตรียมมาสำหรับวันที่ยื่นขอรับ พร้อมกับทำ RNE ค่ะ

หลังจากที่ได้ List เอกสารที่จำเป็นจะต้องใช้ในครั้งต่อไป ก็กลับบ้าน เพื่อไปจัดการจองคิว เตรียมเอกสาร ทั้งหมด ถ่ายรูป และจ่ายค่าธรรมเนียมตามที่เค้าระบุไว้ให้ แล้วก็รอให้ถึงวันที่เรานัดเพื่อกลับไปที่ Federal Police อีกครั้งเพื่อทำการ Claim วีซ่าที่รอมานาน และดำเนินการขอ RNE ค่ะ


List เอกสารที่ต้องเตรียมมีดังนี้นะคะ
  1. แบบฟอร์มสำหรับยื่นขอ RNE (สามารถกรอกและ print out ได้ที่ http://www.dpf.gov.br/)
  2. รูปถ่ายหน้าตรง พื้นหลังสีขาว ขนาด 3x4 จำนวน 2 รูป
  3. Passport ตัวจริง และ สำเนาทุกหน้าที่มีการใช้งาน พร้อมกับทำ certified copy
  4. เอกสารอะไรก็ได้ที่มีชื่อพ่อและแม่ของเรา (ฟิวส์ใช้ใบทะเบียนสมรสที่ได้จากบราซิลค่ะ)
  5. ปริ้นท์เอารายชื่อของเราที่ทางรัฐบาลบราซิลเค้าประกาศผลวีซ่า (เค้าจะ published ผลวีซ่าของเราที่เวปไซด์นี้ค่ะ http://portal.in.gov.br/ เราไป print มาได้เลย แล้วไฮไลท์ชื่อเราวันที่ยื่นเอกสาร)
  6. สำเนาใบ เข้า/ออก ประเทศบราซิล พร้อมทั้งทำ certified copy 
  7. ใบ Declaration (ใบนี้เราไปทำที่ Federal Police ในวันที่ยื่นเอกสารค่ะ)
  8. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของคู่สมรส พร้อมทั้งทำ certified copy 
  9.  ใบเสร็จการชำระค่าธรรมเนียม GRU 140120 จำนวน R$ 124,23 (ID issuance - found at http://www.dpf.gov.br/)
  10.  ใบเสร็จการชำระค่าธรรมเนียม GRU 140120 จำนวน R$ 64,58 (Data registration - found at http://www.dpf.gov.br/) 
  11. เอกสารยืนยันที่อยู่อาศัยในประเทศบราซิล เช่น บิลค่าโทรศัพท์ (ใช้ตัวจริง)


Link สำหรับทำการนัดหมายคิวที่จะขอทำ RNE ค่ะ


หมายเหตุ : Feceral Police แต่ละที่อาจจะ request เอกสาร หรือมีระบบการดำเนินการด้สนเอกสารต่างกัน อันนี้เขียนมาจากประสบการณ์ตรงของตัวฟิวส์เอง คิดว่าอาจจะเป็นประโยนช์ไม่มากก็น้อยสำหรับคนที่ต้องการแนวทางคร่าวๆ ยังไงก็อย่าลืมไปเช็คและคุยกับ จนท ก่อนนะคะ เพื่อความถูกต้อง :)

วันพุธที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ความคืบหน้าผลวีซ่า

หลังจากที่คอยติดตามผลโดยการเช็คเวปไซด์ (หลังจากยื่นเอกสารขอวีซ่าเสร็จแล้ว จนท เค้าจะให้ address ของเวปไซด์ที่เราจะใช้ติดตามผลวีซ่าค่ะ) เพื่อติดตามผลวีซ่ามาเป็นเวลา 3 เดือนกับอีก 6 วัน (นับด้วยนะเนี่ย อิอิ) ที่เจอแต่หน้าว่างเปล่า ไม่มีอะไรอัพเดตเลย จนกระทั่งวันที่ 6 สิงหาคม 2556 ที่ผ่านมา ก็ได้เห็นอะไรให้ชื้นใจบ้าง แม้ว่าจะยังคงต้องรอ รอต่อไปเหมือนเคย แต่ก็ดีที่ ณ ตอนนี้ทุกอย่างโผล่มาให้เห็นในระบบซะที

หน้าตามันเป็นแบบนี้ค่ะ แท่น แท้นนน

สเตตัสโชว์ว่ารอการตรวจสอบเอกสารค่ะ
List เอกสารที่รอการตรวจสอบค่ะ

สรุปว่า ณ ตอนนี้เรื่องวีซ่าอยู่ในระบบแล้ว (ร้อยเปอร์เซนต์) และสถานะคือยังคงรอการตรวจสอบเอกสาร (ตามลิสต์) หลังจากนั้นผลวีซ่าถึงจะออกค่ะ 

คงต้องรออย่างใจเย็นๆ อิอิ เพราะเห็นคนอื่นๆ เค้ารอกันเป็นปีเลยก็มี ...


วันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ทำ Carteira de Trabalho (Work Record Book)

My Passport and Carteira de Trabalho 
       Carteira de Trabalho  (คาร์-เต-ร่า-จี-ตระ-บา-หลุ) คือสมุดบันทึกการทำงาน กล่าวคือ การทำงานในปรเทศบราซิลแบบถูกกฎหมาย กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ การทำงานประจำ หรืองานพาร์ทไทม์ตามกฎหมายประเทศบราซิล เราจะต้องมี Carteira de Trabalho จึงจะสามารถทำงานได้ และเอกสารฉบับนี้เป็นหลักฐานอ้างอิงเกี่ยวกับการเสียภาษีเงินได้ของเราด้วยเช่นกัน
       Carteira de Trabalho จะเป็นสมุดเล่มสีน้ำเงิน ขนาดพอๆ กับพาสปอร์ต (จะใหญ่กว่านิดนึง) ส่วนด้านในจะมีไว้สำหรับบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับงานที่เราทำ ว่าเราทำงานที่ไหน ที่อยู่ที่ทำงาน ใครเป็นนายจ้าง ทำงานในตำแหน่งอะไร ได้ค่าตอบแทนเท่าไหร่ เป็นรายเดือน หรือรายชั่วโมง บลา บลา บลา

       สำหรับคนที่มาอยู่บราซิล แล้วแพลนว่าจะหางานทำอะไรยังไง ลองปรึกษากับทางคุณ จนท ของรัฐบาล หน่วยงานด้านแรงงานดูนะคะ หรือไม่ก็หาข้อมูลจากเอเจนซี่ดูว่าเราจำเป็นต้องมีไอ้เจ้า work record book นี้หรือไม่ (ถ้าจำไม่ผิดนะคะ หากต้องการที่จะมาลงทุนทำธุรกิจ เป็นเจ้าของกิจการเอง น่าจะไม่จำเป็นที่จะต้องมี Carteira de Trabalho นะคะ แต่จะเป็นเอกสารในอีกรูปแบบนึง แต่ฟิวส์ไม่แน่ใจเท่าไหร่ค่ะค่ะ ยังไงลองหาข้อมูลดูนะคะสำหรับคนที่สนใจจะมาทำธุรกิจที่บราซิล) ถ้าไม่คิดอะไรมาก ก็ลองทำไว้ก่อนก็ได้ค่ะไม่เสียหลาย อิอิ


การยื่นขอทำ Carteira de Trabalho 


       กระบวนการการยื่นขอทำ Carteira de Trabalho นั้นก็ไม่ยุ่งยากอะไรเลยค่ะ เพียงแค่เราเตรียมถ่ายสำเนาเอกสารตามรายการข้างล่างนี้ไปอย่างละ 1 ฉบับ (รูปภาพด้านซ้ายมือคือเอดสารตัวจริงนะคะ เริ่มจากซ้ายไปขวา):

เอกสารที่ใช้ยื่นขอ Carteira de Trabalho
       - สำเนาหลักฐานที่อยู่อาศัยในบราซิล (Proof of Address)  
       - สำเนาใบ Certificate เกี่ยวกับการสมัครวีซ่าที่ได้จาก Policia Federal
       - สำเนาใบทะเบียนสมรส ฉบับบราซิล (Marriage Certificate)
       - สำเนาบัตร CPF
       - สำเนา Passport เฉพาะหน้าที่มีข้อมูลของเราและหน้าที่มี Protocol number
       - รูปถ่ายขนาด 1" จำนวน 1 รูป




บัดนัดรับ Certeira de Trabalho ค่ะ
       เมื่อเอกสารครบถ้วนแล้ว (ทั้งตัวจริง และสำเนา) ฟิวส์ก็เดินทางไปที่ Gerência Regional do Trabalho e Emprego em Guarulhos พอไปถึงก็แจ้งเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ว่ามาทำ Carteira de Trabalho ให้ชาวต่างชาติ เค้าก็พาไปที่ห้อง นั่งรอคิว พอถึงคิวเราแล้วก็ได้แบบฟอร์มมากรอก (ให้สามีกรอกแทนค่ะ อิอิ) พร้อมยื่นเอกสารทั้งตัวจริงและสำเนาให้ จนท ตรวจสอบ จากนั้นเค้าจะเก็บตัวที่เราทำสำเนาไปพร้อมกับแบบฟอร์มและรูปถ่าย แล้วให้ใบนัดเพื่อมารับ Carteira de Trabalho ค่ะ



       ควรจะลองโทรเช็คดูกับ Local department ดูก่อนนะคะว่าเราสามารถไปทำที่ไหนได้บ้าง เพราะกรณีของฟิวส์ เมืองที่ฟิวส์อยู่มันเล็กมาก และไม่สามารถออก work record book ให้ต่างชาติได้ ทาง จนท ที่นี่เค้าเลยแนะนำให้ไปทำที่สำนักงานในเมือง Guarulhos ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กัน เนื่องจากเป็น Regional Office ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับออกเวิร์คบุ๊คให้ชาวต่างชาติได้โดยตรงค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ควรจะลองสอบถามสำนักงานในเมืองที่ตัวเองอยู่ก่อนนะคะ เผื่อเค้าสามารถทำให้ได้ หรือแนะนำที่ที่ใกล้ๆ กับเมืองที่เราอยู่ได้ เราจะได้ไม่เสียเวลาเดินทางมาทำที่ไกลๆ โดยไม่จำเป็น
       หรืออีกช่องทางนึงที่สามารถเช็คข้อมูลของ Regional Office อื่นๆ ได้คือ เวปไซด์ของกระทรวงแรงงาน จาก Link ข้างล่างนะคะ จะมี list ของสถานที่ที่สามารถออกเวิร์คบุ๊คให้ต่างชาติได้ค่ะ http://portal.mte.gov.br/delegacias/sp/gerencia-regional/ 

       เสร็จเรียบร้อยแล้ววว ขั้นตอนไม่เยอะมาก รวดเร็วทันใจ เพียงแต่ต้องใจเย็นๆ รอเจ้าเวิร์คบุ๊คนี้นานหน่อย ประมาณ 2 - 3 อาทิตย์ แล้วแต่ตารางงานเค้าว่าจะนัดเราไปรับเมื่อไหร่ ของฟิวส์รออยู่ 18 วัน บางคนแค่ 2 อาทิตย์ บางคนประมาณ 10 วัน ^^ ... หน้าตาด้านนอก ด้านในของ Carteira de Trabalho ของฟิวส์ค่ะ :)






       เมื่อมี Carteira de Trabalho หรือ work record book มาครอบครอง ทีนี้เราก็สามารถหางานทำได้แล้ว หากพอมี Connection จะลองยื่นสมัครงานดูเอง หรือหางานผ่านเอเจนซี่ก็ได้ทั้งนั้น อาจจะยากหน่อยช่วยแรกๆ แต่อย่าท้อนะคะ โอกาสมันมักจะเข้าหาคนที่มีความพยายาม และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค์เสมอๆ ที่สำคัญ อย่าลืมนะคะ ว่าภาษาโปรตุเกส ซึ่งเป็นภาษาของคนบราซิล สำคัญมาก เพราะคนที่นี่เค้าไม่พูดภาษาอังกฤษกัน ถึงแม้จะบางคนพูดได้ก็ตามที ดังนั้น หากเราต้องการจะทำงาน นอกเหนือจากคุณสมบัติทั่วๆ ไปที่เราต้องมีกัน ก็ควรที่จะเตรียมพร้อมเรื่องภาษาด้วย และถ้าเป็นไปได้ก็อย่าเกี่ยง อย่าเลือกงานมาก โอกาสมันไม่ค่อยมาหา อย่าปล่อยให้หลุดมือนะคะ



   

วันเสาร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

Obtaining CPF

CPF (Cadastro de Pessoas Físicas)

บัตร CPF นี้ ทุกคนควรที่จะมีไว้นะคะ เพราะเจ้า CPF นี้ มีไว้เพื่อการทำธุรกรรมทางการเงินทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น เปิดบัญชีธนาคาร ทำบัตรเครดิต และอื่นๆ ซึ่งขั้นตอนการทำ CPF ก็ไม่ยุ่งยาก และไม่ต้องใช้เอกสารอะไรให้วุ่นวายเลย และที่สำคัญสามารถทำได้เลยโดยไม่ต้องง้อ รอผลวีซ่าค่าาา

ก่อนอื่น เอาไปที่ธนาคาร Caixa หรือ ไปรษณีย์ Sedex เพื่อจ่ายค่าธรรมเนียมในการขอ CPF เค้าจะให้ใบเสร็จ และ รหัส Barcode (หลังใบเสร็จ) มา เพื่อให้เอาไปยืนยันกับ จนท ที่ Receita Federal เพื่อขอรับบัตร CPF ค่ะ อ้อ ... อย่าลืมติดเอกสารอะไรก็ได้ที่มีชื่อของพ่อแม่เราเป็นภาษาอังกฤษไปด้วยนะคะ ฟิวส์ใช้ทะบียนสมรสที่ issued จาก สถานทูตบราซิลในประเทศไทยค่ะ ไม่ซีเรียส จะใช้เอกสารอะไรก็ได้ที่มีชื่อพ่อแม่ของเราเป็นภาษาอังกฤษ เพราะพนักงานเค้าแค่ต้องการ Proof ว่าชื่อพ่อแม่เราสะกดได้ถูกต้องไม่ผิดพลาดแค่นั้นเองค่ะ 

(หมายเหตุ ตอนแรกไปที่แบงค์ก่่อน แต่พอเห็นคิวแล้วขอบายค่ะ ยาวล้นออกมานอกธนาคารเลย ฟิวส์เลยแว้บไปจ่ายค่าธรรมเนียมที่ Sedex เอา เพราะว่าสะดวกกว่ามาก ไม่ต้องต่อคิวไม่ยาวด้วย อิอิ)




หลังจากที่เราเสียทรัพย์ชำระค่าธรรมเนียมเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินทางไปยัง Receita Federal แจ้ง จนทที่เคาท์เตอร์ ว่ามาทำ CPF สำหรับต่างชาติ เค้าจะให้บัตรคิวมา รอเมื่อถึงคิว ก็เอา Passport เรายื่นให้ จนท ทำเรื่อง ปุ๊บปั๊บ ไม่ถึง 5 นาที ก็ได้ CPF เราแล้วค่ะ ของฟิวส์เค้าปริ้นท์ใส่ A4 ให้ ใจดีด้วย ให้มาตั้ง 3 ชุด แล้วบอกว่า เอาไปตัดแล้วหาซองใส่ หุหุ หน้าตามันเป็นแบบนี้ค่าา (แอบคิดในใจ ทำไมเราไม่ได้เป็นการ์ดสีฟ้าแบบคนอื่นหว่า 555)





วันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2556

ทำเรื่องลงทะเบียนแต่งงาน และ สมัคร Permanent Residency Visa (ในบราซิล)

Transcrição de casamento & Visto de permanência por casamento 


       ก่อนอื่นต้องบอกไว้ก่อนนะคะ ว่าทุกอย่าง Based on ประสบการณ์ส่วนตัวของฟิวส์เองนะคะ อาจจะแตกต่างจากเคสของคนอื่น เพราะฉนั้นควรจะหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อความชัวร์ด้วยนะคะ เอาละค่ะ ฟิวส์ได้พูดถึงการทำเรื่องจดทะเบียนสมรสในประเทศไทยกับสามีชาวบราซิลไปแล้ว วันนี้ก็จะขอมาแชร์ประสบการณ์ตรงว่ามีอะไรบ้าง ต้องทำอะไรบ้าง (กรณีที่จดทะเบียนสมรสกันที่ประเทศไทยมาแล้ว) หลังจากย้ายสำมะโนครัวมาอยู่ที่บราซิลขั้นตอนต่อไปที่ต้องทำคืออะไรนะคะ

ขอแบ่งออกเป็น 2 ช่วงนะคะ คือ

     1) Transcrição de casamento ในบราซิล 
     2) ยื่นสมัคร Visto de permanência por casamento


Transcrição de Casamento


       หลังจากที่บินมาถึงบราซิล พักพอหายเหนื่อย หายกันเจ็ทแล็คประมาณ 1 อาทิตย์ สามีฟิวส์เค้าเริ่มปฏิบัติการพาไปยื่นเอกสารแต่งงาน โดยพระเอกของขั้นตอนนี้คือใบที่สถานทูตบราซิลในประเทศไทยออกให้ เพื่อทำการคอนเฟิร์มการแต่งงานค่ะ โดยที่เราสองคนไปทำที่ Cartório ในตัวเมืองเซาเปาโล (จริงๆ แล้ว Cartório มีอยู่ทุกๆ เมือง ลองสอบถามเค้าดูนะคะว่าสามารถแจ้งทำเรื่องที่ในเมืองที่อยู่ได้เลยมั๊ย แต่กรณีฟิวส์ เมืองที่ฟิวส์อยู่เค้าบอกให้เข้าไปทำในเซาเปาโลเลย เพราะไม่ไกลค่ะ)


  การขอทำ Marriage Registration หรือที่เรียกภาษา Portuguese เรียกว่า
Transcrição de casamento นั้น ขั้นตอนง่ายมาก ไม่ยุ่งยากเลยค่ะ เราเตรียมใบเซอร์เกี่ยวกับการแต่งงานของเราที่สถานทูตออกให้ พร้อมกับใบเกิดของคุณสามี และ ID Card ของคุณสามี จากนั้นไปแจ้งที่เคาท์เตอร์ว่ามาทำ Transcrição de casamento เค้าก็จะให้ฟอร์มเรามากรอก แล้วก็ชำระค่าธรรมเนียม จากนั้นก็รอรับเอกสารในอีก 5 วันทำการค่ะ ... เสร็จเรียบร้อยไป 1 ขั้นตอน ง่ายและรวดเร็วมาก อิอิ


รูปด้านล่างทางขวามือนี้ คือหน้าตาของเอกสารที่เราจะได้จาก Cartório นะคะ มันคือ Certidão de Casamento หรือทะเบียนสมรสเวอร์ชั่นบราซิลเลี่ยนนั่นเองค่ะ จริงๆ แล้วเค้าก็เอาข้อมูลทั้งหมดมากจากใบรับรองการแต่งงานของเราที่ทางสถานทูตบราซิลในประเทศไทยออกให้ เอาข้อมูลในนั้นมา issued ใบนี้ให้เราเท่านั้นเองค่ะ (แหม่ ทำซะหลายขั้นตอนเลย หุหุ)



(ภาพเปรียบเทียบจากซ้ายไปขาวนะคะ: ทะเบียนสมรสไทย - ใบจากสถานทูตบราซิลในไทย - ทะเบียนสมรสบราซิล)


Visto de Permanência por Casamento


พอได้ใบทะเบียนสมรสเวอร์ชั่นบราซิลแล้ว ยังค่ะ เรายังไม่ตรงดิ่งไปทำวีซ่ากันเลยนะคะ เพราะว่าเราต้องทำการเตรียมเอกสารอีกนิดนึง เพื่อตัดความยุ่งยากลำบาก

เอกสารที่เราจะต้องใช้ในการยื่นขอ Residency Visa จะมีดังนี้ค่ะ
  • รูปถ่าย 1" ของคู่สมรสชาวต่างชาติ (เราเอง) 2 รูป
  • รูปถ่าย 1" ของสามีชาวบราซิล 1 รูป
  • Passport ของคู่สมรสชาวต่างชาติ (เราเอง)
  • ใบ Entry/Exit ที่ได้ตอนเราเข้าประเทศบราซิล
  • ใบทะเบียนสมรสเวอร์ชั่นบราซิเลี่ยน (Certidão de Casamento)
  • ID Card ของสามีชาวบราซิล
  • Declaration ที่ระบุว่าเราสองคนอยู่ด้วยกันจริง ไม่ได้แยกกันอยู่ แล้วก็ลงชื่อทั้งคู่สามี-ภรรยา ลงวันที่กำกับท้าย จดหมายด้วย
  • ใบบิลอะไรก็ได้ที่มีที่อยู่ของเราค่ะ เพื่อเอาไปเป็น Proof of Resident (ฟิวส์ใช้บิลค่าโทรศัพท์)
โอเค หลังจากได้เอกสารครบตามลิสต์ข้างต้นแล้ว เราตรงดิ่งไปยัง Cartório ที่ใกล้ๆ บ้านก็ได้ค่ะ เพราะไปทำ Certified Copy เอกสารเฉยๆ ค่าใช้จ่ายค่อนข้างเยอะพอสมควร เพราะว่าเราต้องทำสำเนาเอกสารทั้งหมดอย่างละ 1 ฉบับ  (แต่ไม่ต้องทำสำเนารูปถ่ายนะคะ เอิ้กๆๆๆ) พร้อมกับ ถ่ายสำเนาพาสปอร์ตของเราทุกหน้า ... ย้ำนะคะว่าทุกหน้า รวมทั้งหน้าว่างเปล่าด้วย
รูปเอกสารที่ทำ Certified Copied ครบแล้ว ทำการแยกเป็นชุดๆ พร้อมใบสมัครเตรียมยื่นสมัครวีซ่าค่ะ

หลังจากได้เอกสารครบ สำเนาเอกสารครบ ดาวน์โหลดฟอร์มสมัครวีซ่าและกรอกไปให้เสร็จสรรพเลยนะคะ เค้าจะว่าเอา โอเค พอได้ฤกษ์งามยามดี เราก็เดินทางไป Policia Federal เพื่อสมัครวีซ่ากันค่ะ (ฟิวส์ยื่นวีซ่า ณ วันที่ 26 มีนาคม 2556 ค่ะ) ... เมื่อเข้ามาในตัวอาคารแล้ว ตรงขึ้นไปที่ชั้น 2 เพื่อไปขอจ่ายค่าธรรมเนียมสมครวีซ่าเลยค่ะ (ไม่งั้นต้องเสียเวลาวิ่งขึ้นวิ่งลงมาจ่ายตังค์อีก) พอจ่ายเงินเรียบร้อย ถือใบเสร็จขึ้นไปชั้น 3 รับบัตรคิวที่เคาท์เตอร์ แล้วก็รอเค้าเรียก

พอถึงคิวเรา เอาเอกสารที่เตรียมมายื่นให้คุณ จนท ไป เค้าจะเช็คความครบถ้วน ความถูกต้องเรียบร้อยของเอกสาร ถ้าเราเตรียมมาครบและไม่มีกรอกอะไรผิดพลาดก็ฉลุยแล้วละค่ะ (ฟิวส์แบกเอกสารไปเยอะมาก เพราะกลัวขาดนู่นนี่ ยอมหนัก ยอมบ้าหอบฟางไปดีกว่าเวลาที่เค้าเรียกขอเอกสารอื่นๆ แล้วเราไม่ได้หยิบมา กลัวเจ็บใจตัวเองค่ะ อิอิ) 

ตัวอย่าง Criminal Record Declaration 
เอกสารครบแล้วก็เค้าจะให้เรากระดาษเรามา 1 แผ่น พร้อมกับตัวอย่างข้อความ อันนี้คือ Criminal Record Declaration ค่ะ (เค้าให้เราเขียนเอง ณ เคาท์เตอร์ ต่อหน้าคุณ จนท แล้วเซ็นต์ชื่อกำกับ ลงวันที่ปิดท้าย) ... ตอนแรกฟิวส์กับสามีก็งง เพราะจากที่สอบถามคนที่เคยมีประสบการณ์สมัครวีซ่ามาก่อน เค้าต้องขอใบ Criminal Record มาจากประเทศไทย โชคดีมากๆๆๆๆ คุณ จนท เค้าบอกว่ามีการเปลี่ยนระบบใหม่ได้เดือนกว่าๆ เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว ... โอ้ยยย ดีใจสุดๆ สงสัยตระเวรทำบุญกอนมาบราซิลแบบมาราธอน เลยผ่านฉลุยทุกขั้นตอน แถมใช้เอกสารน้อยมาก อิอิ

ใบนัดรับสแตมป์ Protocol Number
นอกเรื่องไปนิดส์ อิอิ... โอเคค่ะ พอยื่น ฟอร์มสมัครวีซ่า เอกสารทั้งหลายแหล่ ใบเสร็จค่าธรรมเนียมสมัครวีซ่า พร้อมกับใบ Criminal Record Declaration ที่เพิ่งเขียนเสร็จ ทีนี้คุณ จนท เค้าก็รับเอกสารไป พร้อมกับให้ใบนัด (รูปด้านซ้ายมือ) ให้กลับใหม่ในอีก 2 วันเพื่อรับ Stamp ซึ่งจะเป็น Protocol Number ของวีซ่าเราใน Passport!!! ยะฮู้



หลังจากได้ประทับ Protocol Number ในพาสปอร์ตแล้ว เค้าก็จะให้ใบนัดเพื่อมาติดตามผลในอีก 15 วัน (ได้รับแสตมป์ Protocol Number ณ วันที่ 28 มีนาคม 2556 และหน้าตามันเป็นแบบนี้ค่ะ)
Protocol Number และใบนัดใบที่ 2 ค่ะ สำหรับมาติดตามผล

หลังจาก 15 วันผ่านไป (วันที่ 12 เมษายน 2556) เรากับไปที่ Policia Federal ใหม่อีกครั้ง (อย่าลืมพกสำเนาหน้าพาสปอร์ตเรา และสำเนาหน้าที่ที Stamp ของ Protocol Number ไปด้วยนะคะ เพราะฟิวส์ต้องออกมาถ่ายสำเนาแล้วเสียเวลาไปต่อคิวอีกรอบ คิวก็ยาวมาก หุหุ) ครั้งนี้หลังจากเข้ามาในตึกแล้ว ก็ตรงไปที่ชั้น 1 (ถาม จนท ที่ประชาสัมพันธ์ได้ค่ะว่าต้องไปตรงไหน) พอเจอเคาท์เตอร์ เค้าจะให้เรากรอกฟอร์มอะไรซักอย่างนี่แหละค่ะ แล้วก็จะได้ใบนัดให้กลับมาที่นี่ใหม่ในอีก 10 วัน (นัดอีกละ)
บัตรนัดค่า


ผ่านไป 10 วัน ฟิวส์ยังไม่มีโอกาสกลับไปติดตามความคืบหน้าของวีซ่าตามที่เค้านัดเลยค่ะ เพราะติดธุระต้องไปนู่นไปนี่ตลอด ตั้งใจว่าอีกวันสองวันจะไป แต่ด้วยความบังเอิญและความโชคดี ที่หลังจากเวลาผ่านไป 11 วัน (วันที่ 23 เมษายน 2556) คุณตำรวจจาก Policia Federal ก็มาทำเซอร์ไพรซ์ แว้บเยี่ยมเยือนถึงบ้าน (มาแบบให้ตกใจเล่น เพราะอยู่ๆ ก็มาเคาะประตูเรียก ทำเอาตกใจหมดเลย) ตามระเบียบของการขอวีซ่าน่ะค่ะ รวดเร็วทันใจมากๆ เพราะได้สอบถามจากคนที่เค้าผ่านประสบการณ์นี้มาแล้ว ส่วนใหญ่จะรอนานมาก ของฟิวส์ประมาณ 1 เดือนจากวันที่ฟิวส์เริ่มกระบวนการยื่นขอ Residency Visa เค้าก็มาเยี่ยมละ อิอิ ... คุณเจ้าหน้าที่ที่มา เค้าก็ซักประวัติเล็กน้อยพอเป็นพิธี ว่าเจอกันได้ยังไง คบกันมานานแค่ไหน แล้วก็คำถามจิปาฐะนู่นนี่อีกนิดหน่อย บลา บลา บลา อ่อ กระบวนการนี้เค้าจะให้เราไปหาพยานซึ่งเป็นบุคคลที่ 3 มาอยู่ในเหตุการณ์ คอยรับฟังและซักถามด้วยค่ะ (เพื่อนบ้านฟิวส์เค้าอาสามาเป็นพยานบุคคลให้ค่ะ) หลังจากพูดคุยกันเสร็จ คุณเจ้าหน้าที่ตำรวจเค้าแจ้งว่า สามารถเช็คสถานะของวีซ่าเราได้หลังจากนี้อีก 2 อาทิตย์ (นับจากการเยี่ยมครั้งนี้ค่ะ) และ process ของวีซ่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ถ้าโชคดี ก็อาจจะเร็วกว่านั้น ... ภาวนาซ้าธุ ขอให้วีซ่าเสร็จเร็วๆ ทีเท้อ 

     แวะมาอัพเดตอีกครั้งค่ะ เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2556 ฟิวส์ไปติดตามความคืบหน้าของ process ของการยื่นวีซ่ามาแล้ว หลังจากที่เลยเวลานัดไปนานหลายวันเลย และก็ได้ใบนี้กลับมา แท่นแท้นนน (ดูรูปขวามือนะคะ) ... ซึ่งหมายความว่า ณ ตอนนี้กระบวนการทุกอย่างในการยื่นสมัครขอ Residency Visa โอเคแล้วค่ะ ทุกอย่างอยู่ในระบบแล้ว เหลือรอแค่ผลวีซ่าอย่างเดียว ซึ่งน่าจะเป็นไปตามที่คาดการไว้ว่าน่าจะประมาณไม่เกินอีก 6 เดือนค่ะ นอนตีพุงรอได้เลย เพราะไม่น่าจะมีอะไรพิดพลาดแล้ว
ส่วนใบนี้ฟิวส์ก็ลืมถามคุณ จนท ที่ Policia Federal ว่ามันเอาไว้ทำอะไรได้มั่ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้ามาถึงขั้นตอนนี้แล้วก็ไม่มีอะไรที่ต้องกังวลแล้วละค่ะ
   
     เอาไว้ถ้าฟิวส์ได้วีซ่ามานอนกอดเมื่อไหร่จะมาอัพเดตให้อีกทีนะคะ สำหรับโพสต์นี้คงจะจบแค่นี้แล้วค่ะ เพราะได้เขียนบอกทุกขั้นตอนที่ฟิวส์ได้มีประสบการณ์ตรงในการยื่นขอวีซ่าด้วยตัวเองแล้ว ถ้ามีอะไรที่ไม่เข้าใจ หรืองงตรงส่วนไหนที่ฟิวส์เขียนก็ซักถามได้ค่ะ ^.^





*หวังว่าข้อมูลนี้จะมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยสำหรับคนที่กะลังเตรียมตัวจะยื่นขอวีซ่านะคะ โชคดีค่ะ :)







วันอังคารที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2556

แต่งงานกับชาวบราซิเลี่ยน ในประเทศไทย


จะขอแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับเอกสารต่างๆ ที่ต้องใช้สำหรับทำเรื่องแต่งงานกับสามีชาวบราซิลในประเทศไทยนะคะ เผื่อจะมีประโยชน์กับคนอื่นๆ บ้างไม่มากก็น้อย

การจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติในประเทศไทย (ภายใต้กฎหมายไทย) สบายใจได้เลยค่ะ เนื่องจากสำหรับคนไทยนั้น ไม่จำเป็นต้องมีการตระเตรียมเอกสารให้ยุ่งยากลำบากใจเลย จะหนักไปทางคู่สมรสชาวต่างชาติค่ะ แต่ก่อนจะร่ายรายละเอียดเกี่ยวกับ List เอกสาร ฟิวส์ขออนุญาติแบ่งขั้นตอนการแต่งงานออกเป็น 3 ขั้นตอนนะคะ มีดังต่อไปนี้

ขั้นที่ 1: การเตรียมเอกสารสำหรับขอจดทะเบียนสมรส (Document Preparation)

หากเราและว่าที่สามีชาวต่างชาติ (กรณีนี้คือชาวบราซิลนะคะ แต่ละชาติอาจจะต้องการใช้เอกสารแตกต่างกันไป ต้องเช็คกับทางสถานทูตของประเทศนั้นๆ อีกทีเพื่อความชัวร์ค่ะ) ตกลงปลงใจจะแต่งงาน จดทะเบียนสมรสกัน เราจะต้องเตรียมเอกสารเหล่านี้ให้ครบก่อนจะพากันไปจดทะเบียนสมรสที่อำเภอค่ะ 

        คนไทย
    • บัตรประจำตัวประชาชน (ตัวจริง)
    • ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)
        คู่สมรสชาวบราซิล
    • Passport (ตัวจริง และ สำเนา)
    • ใบรับรองสถานะของคู่สมรส ออกให้โดยสถานทูตบราซิลในประเทศไทย (การขอใบรับรองนี้ สถานทูตบราซิลจะออกเอกสารที่ระบุถึง สถานภาพทางการสมรส อาชีพ เงินเดือน และข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัวของคุณคู่สมรส โดยจะต้องนำใบเกิดตัวจริงมายื่นขอพร้อมกับใบ Declaration จากที่ทำงาน)
    • จดหมายรับรองจากพยาน 2 คน เพื่อยืนยันว่าคู่สมรสของเราโสดจริง (กรณีของสามีฟิวส์ คุณพ่อคุณแม่ของสามีเขียนจดหมายรับรอง เซ็นต์ชื่อกำกับ และลงวันที่ไว้ที่ท้ายจดหมาย แล้วส่งจดหมายจากบราซิลมาไทย ใช้เวลาประมาณ 2 วีค)
                          หมายเหตุ  เอกสารทั้งสอง (ใบรับรองสถานะ และ จดหมายจากพยาน 2 คน) จะต้องแปลเป็นภาษาไทย 
                                             แล้วเอาไปรับรองการแปลที่กระทรวงต่างประเทศก่อนนะคะ จึงจะสามารถเอามาใช้ได้ 



ขั้นที่ 2: การยื่นขอจดทะเบียนสมรส (Thai Marriage Registration)

หลังจากที่เอกสารพร้อมแล้ว วันจดทะเบียนสมรสเราจะต้องเตรียมพยานไปด้วย 2 คน (ฟิวส์พาผู้ปกครอง คุณพ่อคุณแม่ไปเป็นพยานรักของฟิวส์กับสามีค่ะ อิอิ) 

เราก็จูงมือพากันไปยังอำเภอ (พอดีฟิวส์จดทะเบียนสมรสที่ต่างจังหวัดค่ะ) ตรงดิ่งไปหาเจ้าหน้าที่ แจ้งความประสงค์ว่าจะมาจดทะเบียนสมรสกัน เค้าก็จะมีการซักประวัติ และกรอกฟอร์มให้เรา (เรื่องฟอร์มนี่ฟิวส์ไม่ทราบจริงๆ นะคะว่าหน้าตามันเป็นยังไง เพราะว่า จนท ที่อำเภอเค้าจัดการให้หมดทางคอมพิวเตอร์ แต่เห็นที่อื่นเค้าให้เรากรอกเอง) ส่วนการซักประวัติว่าที่สามีก็พอเป็นพิธีค่ะ จริงๆ เค้าซักเรามากว่าค่ะ เพราะ จนท เค้าบอกว่าเค้าไม่กล้าสปี๊คอิงลิช อิอิ ก็จะถามประมาณว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ทำงานอะไร พอแต่งงานกันแล้วแพลนในอนาคตจะยังไง อยู่เมืองไทยต่อ รึว่าจะพากันกลับไปอยู่บราซิล บลา บลา บลา ดีหน่อยที่พอจะรู้จักมักคุ้นกับคุณ จนท ที่อำเภอ เลยไม่ค่อยรู้สึกกดดันเท่าที่คิดไว้ 

หลังจากกรอกแบบฟอร์มเสร็จ ตรวจสอบเอกสารว่าครบ จากนั้นก็ได้เวลาเซ็นต์ชื่อในใบทะเบียนสมรสกัน ณ ตอนนั้นตื่นเต้นมากกก ลายมือออกมาเลยไม่สวยเท่าไหร่ 

หลังจากจดทะเบียนอะไรเสร็จ ก็จัดการเปลี่ยนมาใช้คำนำหน้าจากคำว่า นางสาว มาเป็น นาง และเปลี่ยนมาใช้นามสกุลสามี ซึ่ง จนท เค้าก็จัดการให้เสร็จอย่างรวดเร็ว ทำบัตรประชาชนใหม่ต่อเลย พอเสร็จเรียบร้อยทุกอย่าง ทุกขั้นตอนแล้วก็ถ่ายรูปกับคุณ จนท ไว้เป็นที่ระลึกกันซักรูปก่อนกลับ อิอิ

(ปล. อย่าลืมตรวจทานเอกสารทุกอย่างโดยละเอียด เพื่อความถูกต้องก่อนจะกลับด้วยนะคะ เพราะว่าหากมีข้อผิดพลาดจะยุ่งยาก และใช้เวลานานมากกว่าจะแก้ไขได้ ... เจอมากับตัวเลยค่ะ เพราะงั้นกันไว้ดีกว่าแก้ค่ะ หุหุ)

เสร็จแล้ววววววว รวดเร็วทันใจ จนไม่ทันตั้งตัวเลย ว่านี่ชั้นแต่งงานแล้วจริงๆ หรอ เอิ้กๆๆๆๆ เขิล!!!





ขั้นที่ 3: Marriage Registration in the Embassy of Brazil

หลังจากได้ใบทะเบียนสมรสมานอนกอดแล้ว ยังนะคะยังไม่เสร็จสิ้นภารกิจฟิชโช่ของเรา เราจะต้องให้ทางสถานทูตทำการลงทะเบียนการจดทะเบียนสมรสด้วย โดยก่อนที่จะก้าวกระโดดไปยังสถานทูต เราต้องเตรียมรื้อค้นหาเอกสารเหล่านี้เพื่อใช้ในการขอรับรองการสมรสของเราค่ะ
  • ใบเกิดตัวจริง
  • ทะเบียนบ้านตัวจริง
  • Passport 
  • เอกสารแต่งงาน: ใบทะเบียนสมรส (คร. 2), ใบสำคัญสมรส (คร. 3), ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (กรณีที่เราเปลี่ยนมาใช้นามสกุลสามี)

หลังจากที่ได้เอกสารทั้งหมดแล้ว เราต้องเอาเอกสารเหล่านี้ไปแปลจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษก่อน  (ยกเว้น Passport นะคะ ไม่ต้องแปล) แล้วเอาเอกสารฉบับแปลทั้งหมดไปยื่นรับรองการแปลที่กระทรวงต่างประเทศด้วยอีกทีค่ะ (ยื่นพร้อมตัวจริงนะคะ เพราะฉนั้นต้องเอาตัวจริงไปด้วย) 
เอกสารที่ได้จากสถานทูตค่ะ
จากนั้นก็เอกทุกสิ่งอย่างหอบไปยังสถานทูตบราซิล กรอกฟอร์ม (สอบถามเจ้าหน้าที่ที่สถานทูตได้ค่ะ ฟิวส์จำไม่ได้แล้วว่ามันเรียกว่าอะไร) แล้วก็ชำระค่าธรรมเนียม จากนั้นรอรับเอกสารในอีก 3 วันทำการ นับจากวันที่ยื่นขอ แต่วันนั้นฟิวส์ไป จนท ใจดี เลยได้ใบมาภายในวันนั้นเลย อิอิ และหน้าตาใบที่ว่านี้มันคือใบนี้นี่เอง (รูปทางขวามือค่ะ)

เอาเป็นว่าเรียบร้อยโรงเรียนไทย เอกสารที่ได้มานี้สำคัญนะคะ เพราะต้องเอาไปใช้ในบราซิลหลังจากนี้ค่ะ เก็บรักษาให้ดีๆ น้า :)

หวังว่าข้อมูลจากประสบการณ์ส่วนตัวของฟิวส์คงจะพอเป็นไกด์ไลน์ได้บ้างนะคะ