วันพุธที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2556

São Paulo Boat Show 2013

São Paulo Boat Show 2013 หรือ มหกรรมงานโชว์สารพัดเรือ ของปีนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 16 แล้ว ณ Transamérica Expo Center ซึ่งเป็น Exhibition Hall ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเซาเปาโล 



ภายในงานมีทุกอย่างเกี่ยวกับเรือ ตั้งแต่ชิ้นส่วน อะไหล่ มอเตอร์เรือ เจ็ทสกี เรือตกปลา (แบบหรูหรา) เรือยอร์ชลำเล็ก กลาง ใหญ่ ซึ่งทุกลำราคาแพงหูฉี่ทั้งนั้น ขอเน้นและย้ำเลยค่ะ ว่าแพงจริงอะไรจริง ภายในเรือยอร์ชแต่ละลำนี่ยังกะโรงแรมห้าดาวเคลื่อนที่เลยคะ มีครบทุกสิ่งสรรพ ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องรับแขก ครัว เครื่องใช้ไฟฟ้านานาชนิด โอ้ แม่เจ้า ... ด้วยความที่ไม่เคยมีประสบการณ์ไปงานอะไรที่เกี่ยวกับเรือมาก่อน บอกได้คำเดียวว่าตื่นตาตื่นในเป็นที่สุด เดินสำรวจขึ้นลงเรือเป็นว่าเล่น สนุกสนาน (และแอบเหนื่อย) มาก ^.^







วันพุธที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2556

Serra Negra & Águas de Lindóia

ช่วงนี้ (สามี) ทำงานเครียดมาก ประกอบกับเราก็อยากพักผ่อน เลยแพลนกันไปตะลอนออนทัวร์แบบไปกลับ One Day trip กันอีกแล้ว ไหนๆ ก็เป็นวันหยุด ขอหาเรื่องไปพักผ่อนหย่อนใจกันบ้างอะไรบ้าง อาทิตย์นี้เราไปกันที่ Serra Negra และ Águas de Lindóia!


ออกจากบ้านเราก็ตรงดิ่งไปที่เมือง Serra Negra ขับรถจากเมือง Aruja มาใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงครึ่งก็ถึง จริงๆ ไม่ไกลมาก แต่ทางค่อนข้างคดเคี้ยว เป็นเขาเป็นเนิน และสภาพถนนไม่ค่อยดี เลยใช้เวลากันนานหน่อย



ที่ Serra Negra เราขับรถกับไปที่จุดหมายแรก นั่นคือ ฟาร์มแห่งนึง เป็นฟาร์มขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ มีห้องพักให้เช่าประมาณ 10 ห้อง มีร้านอาหารที่ขึ้นชื่อด้านอาหารอิตาเลี่ยน และที่สำคัญวิวสวยมาก บรรยากาศสงบ เอ็นจอยกันที่นั่น จนกระทั่งได้เวลามื้อเที่ยง ที่ต้องเดินชมนกชมไม้รอเป็นเพราะว่า ร้านอาหารที่ฟาร์มนั้นเปิดตอนเที่ยงครึ่ง แต่เราไปถึงกันก่อนเวลา เลยได้ชมวิวสวยๆ รอเพลินๆ ค่ะ

หากใครที่อยากมาพักที่นี่ต้องจองล่วงหน้า เนื่องจากมีห้องพักจำนวนน้อย แค่ 10 ห้อง และที่นี่มีคนจองห้องพักตลอด โดยเฉพาะช่วงวันหยุดและเสาร์อาทิตย์ เพราะฉนั้นถ้าไม่อยากพลาดต้องเช็คกันล่วงหน้าแต่เนิ่นๆ เลย




หลังจากชิมอาหารอิตาเลี่ยนจากร้านอาหารในฟาร์มแล้ว ยังไม่หนำใจ คุณสามีพามาตระเวนกินอีก เรามาต่อกันที่ร้าน Senhor Bacalhau ร้านนี้เป็นร้านเล็กๆ แต่ตบแต่งภายในได้ค่อนข้างมีระดับพอตัวเลยค่ะ ร้านนี้พนักงานแต่งตัวหรู ใส่สูทสีขาว คอยเสิร์ฟนู่น หยิบนี่ให้ ทำให้แอบเกร็งเล็กน้อยเพราะอยากมาพักผ่อนชิวๆ กัน แต่ดันมาเจอร้านไฮโซ และเป็นทางการมาก เมนูร้านนี้มีแต่ปลาหิมะ (Cod Fish) เท่านั้น แถมมีตัวเลือกไม่กี่อย่าง ราคาแพงมาก แต่รสชาติใช้ได้อยู่ หากใครแพลนจะมาชิมเมนูปลาคอดที่ร้านนี้ต้องพกเงินสดมาเยอะหน่อยนะคะ เพราะเค้ารับเฉพาะเงินสดเท่านั้น ไม่รับจ่ายเป็นบัตรไม่ว่าจะจ่ายแบบเดบิต หรือเครดิต อันนี้แอบมึนค่ะ เพราะที่บราซิล ส่วนใหญ่เค้าจะรับบัตรกันทั้งนั้น โดยเฉพาะร้านอาหารหรูๆ แพงๆ และคนบราซิลไม่ค่อยพกเงินสดติดตัว ... เจอร้านนี้เข้าไปเงินสดหมดตัวเลย T^T



หลังจากอิ่มปลาเราก็ไปเดินย่อยในตัวเมืองกัน เดินดูข้าวของ ร้านรวง ซิตี้ทัวร์กันสองคน ที่นี่เค้าขายเสื้อผ้ากันราคาถูกมาก น่าชอปปิ้ง เพราะเป็นแหล่งผลิตราคาเลยน่ารัก เมืองก็เล็กๆ ตึกสวยๆ เยอะเลย



ซักพัก เราสองคนก็แวะกินกัน (อีกแล้ว) ที่ร้านคอฟฟี่ชอปชื่อดัง (เพราะอ่านในอินเตอร์เน็ต เค้าแนะนำให้มาชิมให้ได้ เน้นย้ำว่าต้องมา) ถ้าใครมาที่นี่ห้ามพลาด Torta de Pêras com Amêndoas หรือพายลูกแพร์โรยอัลมอนด์ เป็นพายขึ้นชื่อของร้านนี้ คอนเฟิร์มค่ะว่าอร่อยมากจริงๆ สมคำร่ำลือ


 


พออิ่มอร่อยกับพสยและเค้กจาก Le Caffe Coffee Shop แล้ว เราก็เดินเล่นต่อกันในตัวเมืองอีกซักพัก ซื้อของฝากนิดๆ หน่อยกลับบ้าน แล้วจากนั้นเราก็ตรงดิ่งไปยัง DisneiLândia Dos Robôs ค่ะ ที่นี่ได้รับการขนานนามว่าเป็น โณบอท ดิสนีย์แลนด์ ของบราซิล เปิดมายี่สิบกว่าปีแล้วนะคะ ที่ DisneiLândia Dos Robôs นี้มีเครื่องกล สิ่งประดิษฐ์ต่างๆ น่าตื่นเต้นไปอีกแบบค่ะ มาที่นี่ทำให้นึกถึงสมัยเป็นเด็ก ถ้าได้เห็นได้เล่นของพวกนี้ จะตื่นตาตื่นใจมากๆ ที่นี่เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของเด็กๆ เลยก็ว่าได้ค่ะ ราคาเข้าชมก็ไม่แพง $R 11 สำหรับผู้ใหญ่ สำหรับเด็ก $R 9 ค่ะ



นอกจากสถานที่ที่ฟิวส์ไปมา ใน Serra Negra ยังมีที่ท่องเที่ยวอีกมากมายให้ลองไปดู เสียดายมีเวลาไม่มากพอ ถ้ามีโอกาสมาเที่ยวที่นี่ อย่าลืมนั่ง Chairlift ขึ้นไปชมรูปปั้นพระเยซูคริสต์ (Christo Retendor) นะคะ ที่เมืองนี้เค้าก็มีเหมือนกัน และอีกอย่างที่ขึ้นชื่อในเมืองนี้คือ แหล่งน้ำแร่ธรรมชาติ Parque das Fontes ค่ะ


ออกจากเมือง Serra Negra เราเดินทางกันต่อไปยังเมือง Águas de Lindóia ที่อยู่ถัดไป ที่นี่เราตั้งใจจะขึ้นเขาไปชมวิวสวยๆ สูดอากาศบริสุทธิ์ และดูพระอาทิตย์ตกกันที่ Morro Pelado ที่ยอดเขา Morro Pelado นี้ มีความสูงประมาณ 1400 เมตร จากระดับน้ำทะเล อากาศดีมากๆ แม้ลมค่อนข้างแรง บรรยากาศดีมากๆ ทางขึ้นเขาก็ยังเป็นถนนแบบลูกรัง ขึ้นมาลำบากนิดนึง แต่ที่เชิงเขา จะมีบริการให้เช่ารถออฟโรด ATV หรือรถแทรกเตอร์ลากขึ้นเขาไว้บริการ หากใครไม่สะดวกขับรถยนต์ส่วนตัวขึ้นไป



เนื่องจากฝนทำท่าจะตก เลยต้องรีบลงจากเขากันก่อนพระอาทิตย์จะตก  เพราะทางขึ้นลงเขาเป็นลูกรังอย่างที่บอกไป ชาวบ้านเค้าเตือนว่า ไม่ควรขึ้นเขาตอนฝนตก เพราะมันจะลื่น อันตรายมาก
พอลงจากเขามา เราขับผ่านสระน้ำขนาดใหญ่ มีฝูง Capivara กะลังรุมกินขนมปังที่นักท่องเที่ยวให้ เราก็เลยจอดลงลงไปเก็บภาพก่อนกลับบ้านกันค่ะ Capivara (หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Capybara) เป็นสัตว์ฟันแทะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกค่ะ หน้าตาคล้ายๆ หนูเลย แต่ตัวใหญ่ยักษ์สุดๆ



สรุปแล้ว วันนี้ทั้งวันสนุกมาก ชอบธรรมชาติแบบนี้ เขาๆ ต้นไม้ๆ บรรยากาศดี อากาศสดชื่น กิน เที่ยว ชิวทั้งวัน :)

วันศุกร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2556

Flower Festival in Arujá

ที่เมือง Arujá มีจัดเทศกาลงานดอกไม้ประจำปีขึ้น ด้วยความที่อยู่ใกล้บ้านมาก และไม่เคยไปเลยชวนสามีไปเดินดูดอกไม้กัน

AFLORD Arujá 
AFLORD Arujá - ลานจอดรด


AFLORD Arujá 

งานเทศกาลดอกไม้ หรือ AFLORD ครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 22 แล้ว ส่วนสถานที่จัดงานก็อยู่ที่เมือง Arujá และไม่ไกลจากบ้านที่ฟิวส์อยู่มาก ขับรถออกจากหมู่บ้านมาที่งานประมาณ 10 นาทีก็ถึง ตอนไปถึงต้องวนหาที่จอดรถกันอยู่ซักพักเพราะรถเยอะมาก ทีแรกไม่คิดว่าคนจะมาเยอะ เพราะ Arujá ก็เป็นแค่เมืองเล็กๆ แต่ที่ไหนได้ มีรถบัสทัวร์มาลง ส่วนใหญ่จะเป็นคนญี่ปุ่น-บราซิเลี่ยน เหมาคันมากัน เหมือนทัวร์ขนาดย่อมๆ ทำให้งานดูน่าตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น คนเดินไปมาคึกคักมากเลยทีเดียวค่ะ 


ภายในงานมีจัดโซนไว้หลายโซน นอกจากจะมี โซน Exhibition ในส่วนที่จัดแสดงดอกไม้แล้ว ก็ยังมีโซนที่เป็นการแสดงกลางแจ้ง ที่มีโชว์การตีกลองญี่ปุ่น การแสดงสัตว์เลี้ยง และกิจกรรมเอนเตอร์เทนอื่นๆ อีกมากมาย รอบๆ งานมีเต้นขายอาหาร ส่วนมากจะเน้นหนักไปทางอาหารญี่ปุ่น มีอาหารสไตล์บราซิลบ้าง ร้านขายของที่ระลึก ขายของทั่วๆ ไป คล้ายๆ กับงานแฟร์บ้านเรา และส่วนสุดท้ายก็จะเป็นส่วนที่ขายพวกต้นไม้ ดอกไม้ และผักสวนครัว



AFLORD Arujá  - โซนจัดแสดงดอกไม้
AFLORD Arujá โซนจัดแสดงดอกไม้

AFLORD Arujá โซนร้านอาหาร

อากาศวันนั้นร้อนมาก แดดค่อนข้างแรง แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงสู้ตาย เดินชม เดินสำรวจไปทั่ว  (จริงๆ แล้วงานก็ไม่ได้ใหญ่โตมากมายนะคะ) และที่สำคัญได้ของเล็กๆ น้อยๆ และหัวขมิ้นติดไม้ติดมือกลับบ้านด้วย :)