วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Day Trip to Itu

เมื่อวานแอบเกิดอาการโฮมซิคนิดหน่อย สามีเลยพาไปเที่ยวเมืองใกล้ๆ เพราะเรามีเวลาน้อย เลยตัดสินใจไปที่เมือง Itu

Itu เป็นเมืองเก่า ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ อยู่ไม่ไกลจากเซาเปาโล ขับรถไปประมาณ 1-1.30 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับสภาพรถบนท้องถนน) ที่เมือง Itu มีที่เที่ยวอยู่หลายที่เหมือนกัน ทั้งสวนสาธารณะ เดินชมเมือง พิพิธภัณฑ์ต่างๆ และ Chocolate Farm ...

เนื่องจากเรามีเวลากันน้อย ที่แรกที่เราไปจึงเป็นสวนสาธารณะ ที่มีแนวหินชั้นหรือหินตะกอน (Sedimentary Rocks หรือภาษาโปรตุเกสเรยกว่า Varvito) ให้ได้เดินชมดู สวนสาธารณะแห่งนี้มีชื่อเรียกว่า Parque do Varvito วันที่ไปมีโรงเรียนพาเด็กๆ มาทัศนศักษากันด้วย แม้ว่าที่สวนสาธารณะแห่งนี้จะเล็ก แต่ก็ยังขอแนะนำให้มาเที่ยวดูหินชั้น หรือเจ้า Varvito นะคะ บอกตรงๆ ค่ะว่าตื่นตาตื่นใจดี มาเที่ยวพักผ่อนแถมได้ความรู้เรื่องธรณีวิทยากลับบ้านติดตัวไปด้วยเล็กน้อย อิอิ

Parque do Varvito, Itu - SP



ออกจาก Parque do Varvito แล้ว เราก็มุ่งหน้าเข้าตัวเมือง Itu ซึ่งไม่ไกลจากสวนสาธารณะที่เราออกมาเลย ขับรถประมาณ 5-10 นาที ก็ถึงแล้ว เรามาแวะชมตัวเมือง ที่มีกลิ่นอายของความคลาสสิค ตึกรามบ้านช่องในตัวเมืองยังคงสภาพเดิมๆ ไว้ แต่มีการตบแต่ง ดูแล ทาสีใหม่ เดินชมกันเพลินตาเลยทีเดียว ... อ้อ ลืมบอกไปค่ะว่า เมือง Itu มีชื่อเล่นที่คนบราซิลเรียกกันว่า "Cidade dos Exageros" ซึ่งหมายความว่า เมืองที่มีข้าวของใหญ่ๆ ใหญ่ตรงที่ ในเมืองนี้เค้าจะทำรูปปั้นขนาดใหญ่ เช่น ตู้เอทีเอ็มยักษ์ ตู้โทรศัพท์ยักษ์ หมากรุกยักษ์ และอื่นๆ ดูรูปประกอบกันได้เลยค่ะ

Welcome to Itu ค่ะ

ของใหญ่ยักษ์ ณ เมือง Itu ค่ะ



จริงๆ ก่อนออกจากบ้าน เราแพลนว่าจะมาเดินชม Museu Republicano de Itu ซึ่งที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เคยเป็นสถานที่สำคัญเกี่ยวกับ political แห่งเซาเปาโล เลยทีเดียว เสียดายที่เราไม่มีเวลา เลยไม่ได้แวะเข้าไป เลยไม่มีข้อมูลอะไร ขอติดไว้ก่อน เอาไว้โอกาสหน้า ... แนะนำให้ใครที่มีโอกาสได้แวะมาเที่ยวเมือง Itu ก็ลองมาเที่ยวดูที่นี่นะคะ



และสำหรับที่หมายสุดท้ายของเรา คุณสามีบอกว่าจะพาไป Chocolate Farm ในใจเราก็นึกว่าจะเป็นฟาร์มปลูกต้นโกโก้ ไม่ก็เป็นโรงงานผลิตชอคโกแลต อิอิ แต่จริงๆ แล้วมันคือ ฟาร์มและมีชอคโกแลตขายค่ะ (จริงๆ แล้วเค้าก็ผลิตเอง เพียงแต่คิดไว้ในใจประมาณว่า นี่ชั้นจะได้เข้าไปเดินดูเค้าผลิตชอคโกแลตแบบในเรื่อง Charlie and The Chocolate Factory ประมาณนั้น) ...

ถึงแล้วค่ะ Fazenda do Chocolate

น้ำตกธรรมชาติ ในฟาร์มค่ะ
แต่ขอบอกนะคะว่า ที่นี่ฟาร์มน่ารักมากๆ ค่ะ มีสัตว์ให้ชม น้องๆ สวนสัตว์เลยทีเดียว มีม้าให้ขี่ม้าเล่นด้วยนอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร ร้านกาแฟสไตล์คันทรีย์ เค้ามีโชว์การคั่วเมล็ดกาแฟให้ดูด้วย หอมจนอดใจไม่ได้ นั่งจิบกาแฟกันไปคนละแก้วจิ๋ว ก่อนกลับก็มีร้านขายกล้วยไม้ ร้านขายชอคโกแลต และร้านขายของฝากให้คนที่แวะมาเที่ยวได้เสียทรัพย์ก่อนกลับบ้านตามๆ กันไป




อ้อ ค่าเข้าชมฟรีนะคะ เที่ยวนี้ไม่มีเสียเงินค่าเข้าชมที่ไหนเลย (หนักแต่ค่ากินเลยค่ะ เห็นอะไรก็อยากลอง อยากชิมไปซะทุกอย่าง อิอิ) เอาไว้มีโอกาส มาเที่ยว Itu ทริปหน้าจะมาจัดหนักมื้อกลางวันที่นี่ดูซักที



วันพุธที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ความคืบหน้าผลวีซ่า

หลังจากที่คอยติดตามผลโดยการเช็คเวปไซด์ (หลังจากยื่นเอกสารขอวีซ่าเสร็จแล้ว จนท เค้าจะให้ address ของเวปไซด์ที่เราจะใช้ติดตามผลวีซ่าค่ะ) เพื่อติดตามผลวีซ่ามาเป็นเวลา 3 เดือนกับอีก 6 วัน (นับด้วยนะเนี่ย อิอิ) ที่เจอแต่หน้าว่างเปล่า ไม่มีอะไรอัพเดตเลย จนกระทั่งวันที่ 6 สิงหาคม 2556 ที่ผ่านมา ก็ได้เห็นอะไรให้ชื้นใจบ้าง แม้ว่าจะยังคงต้องรอ รอต่อไปเหมือนเคย แต่ก็ดีที่ ณ ตอนนี้ทุกอย่างโผล่มาให้เห็นในระบบซะที

หน้าตามันเป็นแบบนี้ค่ะ แท่น แท้นนน

สเตตัสโชว์ว่ารอการตรวจสอบเอกสารค่ะ
List เอกสารที่รอการตรวจสอบค่ะ

สรุปว่า ณ ตอนนี้เรื่องวีซ่าอยู่ในระบบแล้ว (ร้อยเปอร์เซนต์) และสถานะคือยังคงรอการตรวจสอบเอกสาร (ตามลิสต์) หลังจากนั้นผลวีซ่าถึงจะออกค่ะ 

คงต้องรออย่างใจเย็นๆ อิอิ เพราะเห็นคนอื่นๆ เค้ารอกันเป็นปีเลยก็มี ...


วันพุธที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

Trip to Rio de Janeiro 2013

ไม่กี่วันมานี้ ได้มีโอกาสไปเยือนเมือง Rio de Janeiro (คนบราซิลเค้าออกเสียงว่า "ฮิว จาเนโร") ไปกันแบบปุบปับ ไม่ได้แพลนเรื่องเที่ยวอะไรมากมาย เพราะตั้งใจจะไปเยี่ยมพี่ที่รู้จักคนนึง เค้ากำลังจะย้ายติดตามสามีไปอยู่ประเทศอื่น เลยได้มีโอกาสไปเที่ยวริโอกัน

การเดินทางนั้น ฟิวส์ขับรถไปกันเองจากเมืองที่ฟิวส์อยู่ Aruja (ไม่ไกลจากตัวเมืองเซาเปาโล) ขับไปเรื่อยๆ แวะนู่นแวะนี่นิดหน่อย ก็ใช้เวลาเดินทางไปประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่ง ที่หมายปลายทางของเราอยู่ที่ Barra da Tijuca  ซึ่งดูจาก GPS แล้ว ไม่มีทางหลงแน่ๆ
ก่อนไปก็กังวลกันเรื่องเส้นทางนิดหน่อยค่ะ เพราะว่ากลัวว่าเราจะขับรถหลงแล้วไปโผล่กันที่ favela หรือแหล่งสลัม ที่ใดที่นึง แล้วก็มีปัญหาเรื่องความปลอดภัย ... แต่ท้ายที่สุดก็ไม่มีอะไร ถึงที่หมายกันโดยสวัสดิภาพ  :)



ฟิวส์พักกันที่บ้านเพื่อนในย่าน Barra da Tijuca ซึ่งอยู่ไม่ไกลมากจากหาด Ipanema และ Copacabana มาก ละแวกนั้นก็มีร้านขายของ ห้างสรรพสินค้า ครบครันให้เลือกใช้บริการ ความปลอดภัยก็ค่อนข้างสูงมาก

วิวสวยๆ จากหน้าต่างห้องครัวบ้านเพื่อนค่ะ 

ทริปนี้ไป 2 คืน 3 วัน แต่เที่ยวแค่วันเดียวนะคะ คือวันที่สอง พวกเราสาวไทย เจอกันเมื่อไหร่จะเน้นเรื่องกินเป็นหลัก อิอิ ทำอาหารไทยกินกัน เม้ากันสนุกสนานมากๆ พี่เจ้าของบ้านที่ฟิวส์ไปพักด้วย จัดเต็มทำกับข้าวอาหารไทยแบบออริจินอลมาเลี้ยง จนหายคิดถึงประเทศไทย อาหารไทยไปเลย :D

วันที่ 2 เราเริ่มทริปกันแต่เช้าเลยค่ะ จุดหมายของเราวันนี้คือไปขึ้น Pão de Açúcar ชมวิว และไฮไลท์ที่ Cristo Redentor ชมรูปปั้นพระเยซูคริสต์กันค่ะ ทานข้าวช้าวเสร็จก็ขับรถออกจากที่พัก ครั้งนี้เราใช้เส้นเลียบชายหาด ผ่านตั้งแต่หาด Leblon - Ipanema - Copacabana วันนั้นแม้จะเป็นช่วงสายๆ แล้ว แต่รถติดมากกกก ก็ดีค่ะ ได้มีโอกาสชมวิวไปในตัว



ชายหาดทั้ง 3 ที่ได้ขับรถผ่านไปนั้น ทรายสวยมาก ขาว ละเอียด น้ำทะเลก็ใส น่าลงไปเล่นมากมาย เสียดายจริงๆที่ครั้งนี้เราได้แต่ขับรถผ่าน เอาไว้โอกาสหน้า อิอิ


การเดินทางไปเป้าหมายแรก Pão de Açúcar นั้นเราขับรถจากที่พักไปค่ะ ขับผ่านเส้นเลียบชายหาดเพื่อชมวิว แล้วก็ขับตามป้ายไปยัง Pão de Açúcar ค่ะ จะมีป้ายบอกทางตลอดเส้นทาง และจริงๆ แล้วแต่ละที่ก็ไม่ไกลจากกันเท่าไหร่ ไปถึงก็วนหาที่จอดรถ แต่ต้องวนหาหลายรอบหน่อยเพราะรถเยอะ แต่ที่จอดรถมีน้อยมาก เพื่อนผู้ร่วมทริปของฟิวส์อีกครอบครัว เค้าขับรถไปจอดที่ห้างใกล้ๆ กับ Pão de Açúcar แล้วนั่งแท็กซี่มาเจอกันค่ะ (อันนี้แล้วแต่โชคเลย ใครโชคดีก็วนรอบเดียว โชคไม่เข้าข้างแบบฟิวส์ก็วนกันหลายรอบหน่อย) 



บัตรขึ้น Pão de Açúcar ค่ะ
ที่ Pão de Açúcar  เราต้องต่อคิวซื้อบัตรขึ้น แถวจะมี 2 แถว แถวที่จ่ายเงินสด และจ่ายเงินโดยใช้บัตรเครดิต ฟิวส์ขอแนะนำให้เตรียมเงินสดไปจ่ายค่ะ เพราะจะได้ไม่รอนานมากๆๆๆ ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวที่ไปเค้าไม่รู้ เลยต้องเข้าแถวรอกันเป็นครึ่งชั่วโมงก็มี พี่คนที่พาเราไปเที่ยวบอกว่าเคยมาครั้งแรก แล้วไม่รู้ก็ต่อคิวรอเป็นชั่วโมงกว่าจะได้ซื้อบัตรเพราะแถวยาวจริงๆ ... ค่าเสียหายสำหรับบัตรขึ้นชม Pão de Açúcar นี่ก็ตกคนละ R$ 53 ค่ะ 




Pão de Açúcar มีสองช่วง ขึ้นเคเบิ้ลคาร์ไปช่วงแรกจะเห็นวิวตัวเมือง และทะเลทั่วๆ ไป ไม่ค่อยมีอะไรมากค่ะ แต่ไฮไลท์ของช่วงแรกคือให้ไปนั่งชิวรอดูเวลาที่มีเครื่องบิน บินวนเตรียมตัวแลนด์ที่สนามบินภายในประเทศค่ะ เป็นอะไรที่ตื่นตาตื่นใจมากๆ อิอิ ถ่ายรูปกันมาหลายรูปเลย ... อ้อ หากใครอยากนั่งเฮลิคอปเตอร์เที่ยวชมเมืองรอบๆ ก็สามารถไปติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ที่ชั้นนี้ค่ะ ค่าเสียหายก็คนละสองร้อยเหรียญหน่อยๆ (มีหลาย rate ค่ะ)


เรียบร้อยแล้วเราก็ขึ้นเคเบิ้ลคาร์ต่อไปยัง Pão de Açúcar ในส่วนที่สอง ที่ชั้นนี้วิวสวยมากๆ เห็นทั้งวิวเมืองริโอ และวิวของ Copacabana ด้วยเลย ที่ชั้นนี้มีร้านค้าขายของที่ระลึก ร้านกาแฟให้นั่งจิบชมวิว หรือจะเดินชิมวิวแบบ 360 องศาก็เริ่ดค่ะ ใครที่สวมหมวกไปต้องระวังนิดนึงนะคะเพราะข้างบนนี้ลมแรงมากๆ




จุดหมายต่อไปของเราคือ ไปชม Cristo Redentor รูปปั้นพระเยซูคริสต์อันเลื่องชื่อ สัญลักษณ์เมืองริโอ เดอ จาเนโรกัน จากที่ Pão de Açúcar เรานั่งรถแท็กซี่ไปที่ Largo do Machado เพื่อไปซื้อบัตรเข้าชมพระเยซู และตั๋วรถตู้ไปกลับค่ะ รวมแล้วค่าใช้จ่ายคนละ R$ 45 ค่ะ (แนะนำให้ขึ้นรถตู้จากที่นี่ไปนะคะ ถ้าไม่งั้นจะต้องเข้าแถวรอขึ้นรถตู้ขากลับที่ฐานพระเยซูคริสต์นานมากๆ และที่สำคัญ รถตู้จากด้านบนเค้าไม่ได้มาส่งในเมืองนะคะ ต้องไปซื้อตั๋วอีกรอบที่จุดรถตู้ค่ะ เพราะฉนั้นแนะนำให้มาซื้อตั๋วรถ round trip จากที่ Largo do Machado เลยสะดวกกว่าค่ะ)
 


เมื่อมาถึง Cristo Redentor แล้วจะพบกับฝูงนักท่องเที่ยว เยอะมากกกกกกกกก พี่ที่พามาเที่ยวเค้ากระซิบบอกว่าวันที่ฟิวส์ไปนี่คนน้อยแล้วนะ ... โอ้โห คิดไม่ออกเลยว่ามันจะเป็นยังไงถ้าคนเยอะกว่านี้ เบียดกันตายแน่ๆ อิอิ

 



อ้อ วันที่ไปนี่เป็นวันที่ครึ้มฟ้าครึ้มฝน หมอกลงตอนเช้า อากาศเย็นๆ เราเลยกลัวว่าเวลาขึ้นเขาไปดู Cristo Redentor แล้วจะมองไม่เห็น ฟ้าปิด หมอกลง ฝนโปรยอะไรแบบนี้ แต่เหมือนพระเจ้าเป็นใจ กลัวว่าเราจะเสียเที่ยว ตอนขึ้นไปแม้ท้องฟ้าจะดูครึ้มๆ แต่ก็กรุ๊ปเราก็ยังสามารถเอ็นจอยกัน ถ่ายรูปได้เยอะเลยทีเดียว เสียอย่างเดียวที่คนเยอะมากกกก เลยไม่ได้ถ่ายรูปท่าบังคับ (ท่ากางแขนออกเป็นแจ็คกับโรสจากไททานิค) เลย เราคนขี้เกรงใจ เลยรู้สึกว่าถ่ายๆ ไปไม่กี่รูปก็พอละ อิอิ แค่ได้ขึ้นมาเห็นเป็นบุญตาตัวเองครั้งนึงในชีวิตก็พอแล้ว ประทับใจมากๆ ค่ะ

ขากลับก็นั่งรถตู้จากบนเขาตรงมาที่ Largo do Machado แล้วก็นั่งแท็กซี่กลับไปที่ Pão de Açúcar ที่เราจอดรถทิ้งไว้ค่ะ ตอนขับรถกลับต้องผ่านด่านรถติดด้วย นานมาก เล่นเอาท้องร้องจ๊อกๆ ในรถกันเลยทีเดียว กลับถึงบ้านพี่ก็จัดเต็มปาร์ตี้อาหารไทยกันไปตามระเบียบ สุขใดไหนเล่าจะเท่าการกินอาหารไทยอร่อยๆ กับคนรู้ใจ ... สรุปแล้ววันนี้ทั้งวัน สุข สนุกมากๆ เป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ วันนึงของการมาใช้ชีวิตอยู่บราซิล


เช้าวันที่สามเรา หลังจากเราทานข้าวเช้าแบบจัดเต็มกันเสร็จก็เดินทางกลับกันเลย ไม่ได้แวะที่ไหนอีก เสียดายที่มีเวลาน้อย เอาไว้จะหาโอกาสกลับมาเที่ยวที่ ริโอ เดอ จาเนโร ใหม่ ครั้งหน้าเราต้องเอาให้ครบ และที่สำคัญต้องไปสัมผัสกับน้ำทะเล และทรายขาวๆ ที่ชายหาดชื่อดังของที่นี่ให้ได้ :) 

"Até a próxima vez, Rio de Janeiro" 

Fuse & Felipe in Rio de Janeiro 2013