วันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2556

Praia do Francês - Maceió


Praia do Francês

Praia do Francês หรือ Frances Beach เป็นหนึ่งในชายหาดทางตอนใต้ของเมือง Maceió 


Maceió  เป็นเมืองหลวงของรัฐ Alagoas ซึ่งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิล ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิลนี้ ได้รับการยกย่องว่ามีชายหาดที่สวยงามไม่แพ้กับหาดในภาคอื่นๆ เลยทีเดียว โดยส่วนตัวแล้ว ฟิวส์ชอบชายหาดในภาคนี้มากๆ ค่ะ ส่วนใหญ่ชายหาดที่นี่ หาดทรายขาว เม็ดทรายละเอียด สะอาด แล้วก็น้ำทะเลใสมาก (แต่ถ้าที่ไหนนักท่องเที่ยวเยอะ และเป็นช่วงไฮซีซั่นก็ต้องทำใจนิดนึงค่ะ คนเยอะ ก็วุ่นวาย ปัญหาขยะก็จะมีตามมา ไม่ว่าที่ไหนๆ ก็ตาม)


Maceió รายล้อมไปด้วยชายหาดสวยงามมากมายหลายแห่ง ซึ่งเราสามารถเดินทางไปหาดต่างๆ ได้สะดวกมากๆ ชายหาดของเมือง Maceió  สามารถแบ่งได้เป็น 3 ช่วง ดังนี้ค่ะ

       Urban Beaches 
           - Cruz das Almas
           - Jatiúca
           - Pajuçara
           - Ponta Verde
           - Pontal da Barra
           - Sobral

       North Coast
           - Barra de Santo Antônio
           - Carro Quebrado Beach
           - Croa Island
           - Tabuba Beach

       South Coast
           - Barra de São Miguel
           - Praia do Francês 
           - Gunga


การเดินทาง


การเดินทางของทริปนี้ นั่งเครื่องบินจากเซาเปาโลมาลงที่สนามบิน Aeroporto Internacional de Maceió  ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง จากนั้นนั่งแท็กซี่จากสนามบินไปยังโรงแรมที่หาด Praia do Francês อีกประมาณ 1 ชั่วโมง รวมแล้ว ค่อนข้างนานพอสมควร ... แต่เพื่อการพักผ่อนเราสามารถค่ะ อิอิ


ที่พัก

โรงแรม Hotel Ponta Verde ค่ะ

สำหรับทริปนี้ ฟิวส์และครอบครัวพักกันที่ Hotel Ponta Verde (Praia do Frances) ซึ่งเป็นโรงแรมใหม่ เพิ่งสร้างเสร็จและเปิดทำการมาประมาณ 3 เดือนกว่าๆ ใหม่มาก สิ่งอำนวยความสะดวกพอใช้ได้ค่ะ สถานที่โดยรอบๆ โรงแรม สงบเงียบ ไม่วุ่นวาย แต่ก็ไม่วังเวง (รูปภาพโรงแรมนะคะ)

บรรยากาศโดยรวมของชายหาดหน้าโรงแรมค่ะ


รอบๆ โรงแรมมีร้านอาหารของคนในท้องถิ่น ร้านขายของชำ ของที่ระลึกเยอะแยะมากมายให้เดินชม  ชายหาด สวยงาม เม็ดทรายขาวละเอียด ไม่ค่อยมีขยะ น้ำทะเลใสมาก อุณหภูมิน้ำอุ่นๆ เหมาะสำหรับลงแช่น้ำทะเลมากๆ  รวมๆ แล้วให้คะแนน 8 เต็ม 10 เลย

ที่ให้เกือบเต็ม เพราะชายหาดเหมาะแก่การไปพักผ่อนจริงๆ สามารถนั่งๆ นอนๆ ดูทะเลได้ทั้งวัน คนไม่ค่อยพลุกพล่าน โดนหักไป 2 คะแนนเพราะว่า สองวันสุดท้ายของการพักผ่อนที่ Praia do Francês บังเอิญตรงกับวันหยุดยาว (หยุดรวมแล้วตั้ง 4 วัน) เลยเจอกองทัพนักท่องเที่ยว และนำมาซึ่งปัญหาขยะนิดๆ หน่อยๆ ... ความคิดเห็นส่วนตัว คิดว่า ถ้าเป็นช่วงปกติ ไม่ใช่วันหยุดยาว คงปลื้มมากกว่านี้ค่ะ :)


ชายหาด


บรรยากาศของชายหาด Praia do Francês ขออนุญาตเอาภาพมาให้ดูแทนละกันนะคะ ไม่รู้จะบรรยายยังไงดี (คลิ๊กที่ภาพเพื่อดูภาพขนาดใหญ่ได้เลยนะคะ ^^)

น้ำทะเลที่ Praia do Francê ค่ะ น้ำสวย ใส และอุ่นมากๆ












อาหารแนะนำ

Acarajé

สำหรับอาหารท้องถิ่นแนะนำ คนที่นี่เค้าบอกให้ชิมพวก กุ้ง หอย ปู ปลา อาหารทะเลเพราะสดมากๆ แถมราคาสบายกระเป๋าด้วย ถ้าซื้อกินที่เซาเปาโล กระเป๋าตังค์แฟ่บแน่ๆ ฟิวส์ได้มีโอกาสชิมแค่ กุ้ง ปลา และ หอย Sururu เพราะอาหารที่บราซิลจานยักษ์มาก กิน 2 คนกับสามียังไม่หมดเลย ถ้าจะสั่งมาชิมทีเดียวก็คงไม่ไหว คงต้องหาแนวร่วมมาชิมด้วย อิอิ ... และที่สำคัญฟิวส์ตระเวนไปชิมอาหารจากร้านอื่นๆ และอาหารโรงแรมด้วย ที่ละนิดละหน่อย พอเป็นพิธี อย่างน้อยจะได้อวดได้ว่ามาถึง Maceió แล้ว ^.^



Sururu
Peixe ao Molho de Alcaparras e Camarão
Camarão ao Molho de Vinho Branco
Tapioca Doce (Coco e Leite Condencado)


กิจกรรมแนะนำ



กิจกรรมที่แนะนำนอกเหนือจากเล่นน้ำทะเล นอนอาบแดด หรือตระเวนชิมอาหาร ก็ยังมี Banana Boat ขับเจ็ทสกี ล่องเรือใบ นอกจากนี้ฟิวส์ขอแนะนำให้ลอง Boat Trip ดูค่ะ เค้าจะพาตระเวนไปชมตามจุดชมวิวต่างๆ ชมสัตว์ทะเล ปลาดาว หอยเม่น บางคนที่ชอบดำน้ำตื้น (Snorkelling) ก็สามารถนะคะ ที่นี่น้ำทะเลใสแจ๋ว ปลาเล็ก ปลาน้อยเยอะมากๆ ค่ะ และอีกที่ที่ควรไป หากมีเวลาคือ Piscina Natural ค่ะ จะเป็นทะเลที่มีโขดหิดล้อมรอบทำให้มีลักษณะเป็นแอ่งตรงกลาง คล้ายๆ กับสระว่ายน้ำ เค้าจึงเรียกทะเลตรงนั้นว่า สระว่ายน้ำธรรมชาตินั่นเองค่ะ หรือหากสนใจสินค้าหัตถกรรมก็แนะนำให้ไปทานมื้อเย็นในเมืองแล้วก็เลยไปชอปที่ Feirinha de Artesanato de Pajuçara เป็นศูนย์รวมของพื้นเมือง งานหัตถกรรม และของฝาก สำหรับเส้นทางสามารถสอบถามกับคนท้องถื่นได้เลยค่ะ 



Piscina Natural 




หากใครมีโอกาสได้ไปเที่ยว Maceió หรือมองหาที่เที่ยว หาดสวยๆ เงียบๆ คนไม่พลุกพล่าน ก็ลองพิจารณา Praia do Francês ไว้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับแพลนเที่ยวนะคะ สวยงาม สงบเงียบ เหมาะสำหรับไปพักผ่อนกับครอบครัวมากๆ ค่ะ ^.^ 



วันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ทำ Carteira de Trabalho (Work Record Book)

My Passport and Carteira de Trabalho 
       Carteira de Trabalho  (คาร์-เต-ร่า-จี-ตระ-บา-หลุ) คือสมุดบันทึกการทำงาน กล่าวคือ การทำงานในปรเทศบราซิลแบบถูกกฎหมาย กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ การทำงานประจำ หรืองานพาร์ทไทม์ตามกฎหมายประเทศบราซิล เราจะต้องมี Carteira de Trabalho จึงจะสามารถทำงานได้ และเอกสารฉบับนี้เป็นหลักฐานอ้างอิงเกี่ยวกับการเสียภาษีเงินได้ของเราด้วยเช่นกัน
       Carteira de Trabalho จะเป็นสมุดเล่มสีน้ำเงิน ขนาดพอๆ กับพาสปอร์ต (จะใหญ่กว่านิดนึง) ส่วนด้านในจะมีไว้สำหรับบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับงานที่เราทำ ว่าเราทำงานที่ไหน ที่อยู่ที่ทำงาน ใครเป็นนายจ้าง ทำงานในตำแหน่งอะไร ได้ค่าตอบแทนเท่าไหร่ เป็นรายเดือน หรือรายชั่วโมง บลา บลา บลา

       สำหรับคนที่มาอยู่บราซิล แล้วแพลนว่าจะหางานทำอะไรยังไง ลองปรึกษากับทางคุณ จนท ของรัฐบาล หน่วยงานด้านแรงงานดูนะคะ หรือไม่ก็หาข้อมูลจากเอเจนซี่ดูว่าเราจำเป็นต้องมีไอ้เจ้า work record book นี้หรือไม่ (ถ้าจำไม่ผิดนะคะ หากต้องการที่จะมาลงทุนทำธุรกิจ เป็นเจ้าของกิจการเอง น่าจะไม่จำเป็นที่จะต้องมี Carteira de Trabalho นะคะ แต่จะเป็นเอกสารในอีกรูปแบบนึง แต่ฟิวส์ไม่แน่ใจเท่าไหร่ค่ะค่ะ ยังไงลองหาข้อมูลดูนะคะสำหรับคนที่สนใจจะมาทำธุรกิจที่บราซิล) ถ้าไม่คิดอะไรมาก ก็ลองทำไว้ก่อนก็ได้ค่ะไม่เสียหลาย อิอิ


การยื่นขอทำ Carteira de Trabalho 


       กระบวนการการยื่นขอทำ Carteira de Trabalho นั้นก็ไม่ยุ่งยากอะไรเลยค่ะ เพียงแค่เราเตรียมถ่ายสำเนาเอกสารตามรายการข้างล่างนี้ไปอย่างละ 1 ฉบับ (รูปภาพด้านซ้ายมือคือเอดสารตัวจริงนะคะ เริ่มจากซ้ายไปขวา):

เอกสารที่ใช้ยื่นขอ Carteira de Trabalho
       - สำเนาหลักฐานที่อยู่อาศัยในบราซิล (Proof of Address)  
       - สำเนาใบ Certificate เกี่ยวกับการสมัครวีซ่าที่ได้จาก Policia Federal
       - สำเนาใบทะเบียนสมรส ฉบับบราซิล (Marriage Certificate)
       - สำเนาบัตร CPF
       - สำเนา Passport เฉพาะหน้าที่มีข้อมูลของเราและหน้าที่มี Protocol number
       - รูปถ่ายขนาด 1" จำนวน 1 รูป




บัดนัดรับ Certeira de Trabalho ค่ะ
       เมื่อเอกสารครบถ้วนแล้ว (ทั้งตัวจริง และสำเนา) ฟิวส์ก็เดินทางไปที่ Gerência Regional do Trabalho e Emprego em Guarulhos พอไปถึงก็แจ้งเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ว่ามาทำ Carteira de Trabalho ให้ชาวต่างชาติ เค้าก็พาไปที่ห้อง นั่งรอคิว พอถึงคิวเราแล้วก็ได้แบบฟอร์มมากรอก (ให้สามีกรอกแทนค่ะ อิอิ) พร้อมยื่นเอกสารทั้งตัวจริงและสำเนาให้ จนท ตรวจสอบ จากนั้นเค้าจะเก็บตัวที่เราทำสำเนาไปพร้อมกับแบบฟอร์มและรูปถ่าย แล้วให้ใบนัดเพื่อมารับ Carteira de Trabalho ค่ะ



       ควรจะลองโทรเช็คดูกับ Local department ดูก่อนนะคะว่าเราสามารถไปทำที่ไหนได้บ้าง เพราะกรณีของฟิวส์ เมืองที่ฟิวส์อยู่มันเล็กมาก และไม่สามารถออก work record book ให้ต่างชาติได้ ทาง จนท ที่นี่เค้าเลยแนะนำให้ไปทำที่สำนักงานในเมือง Guarulhos ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กัน เนื่องจากเป็น Regional Office ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับออกเวิร์คบุ๊คให้ชาวต่างชาติได้โดยตรงค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ควรจะลองสอบถามสำนักงานในเมืองที่ตัวเองอยู่ก่อนนะคะ เผื่อเค้าสามารถทำให้ได้ หรือแนะนำที่ที่ใกล้ๆ กับเมืองที่เราอยู่ได้ เราจะได้ไม่เสียเวลาเดินทางมาทำที่ไกลๆ โดยไม่จำเป็น
       หรืออีกช่องทางนึงที่สามารถเช็คข้อมูลของ Regional Office อื่นๆ ได้คือ เวปไซด์ของกระทรวงแรงงาน จาก Link ข้างล่างนะคะ จะมี list ของสถานที่ที่สามารถออกเวิร์คบุ๊คให้ต่างชาติได้ค่ะ http://portal.mte.gov.br/delegacias/sp/gerencia-regional/ 

       เสร็จเรียบร้อยแล้ววว ขั้นตอนไม่เยอะมาก รวดเร็วทันใจ เพียงแต่ต้องใจเย็นๆ รอเจ้าเวิร์คบุ๊คนี้นานหน่อย ประมาณ 2 - 3 อาทิตย์ แล้วแต่ตารางงานเค้าว่าจะนัดเราไปรับเมื่อไหร่ ของฟิวส์รออยู่ 18 วัน บางคนแค่ 2 อาทิตย์ บางคนประมาณ 10 วัน ^^ ... หน้าตาด้านนอก ด้านในของ Carteira de Trabalho ของฟิวส์ค่ะ :)






       เมื่อมี Carteira de Trabalho หรือ work record book มาครอบครอง ทีนี้เราก็สามารถหางานทำได้แล้ว หากพอมี Connection จะลองยื่นสมัครงานดูเอง หรือหางานผ่านเอเจนซี่ก็ได้ทั้งนั้น อาจจะยากหน่อยช่วยแรกๆ แต่อย่าท้อนะคะ โอกาสมันมักจะเข้าหาคนที่มีความพยายาม และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค์เสมอๆ ที่สำคัญ อย่าลืมนะคะ ว่าภาษาโปรตุเกส ซึ่งเป็นภาษาของคนบราซิล สำคัญมาก เพราะคนที่นี่เค้าไม่พูดภาษาอังกฤษกัน ถึงแม้จะบางคนพูดได้ก็ตามที ดังนั้น หากเราต้องการจะทำงาน นอกเหนือจากคุณสมบัติทั่วๆ ไปที่เราต้องมีกัน ก็ควรที่จะเตรียมพร้อมเรื่องภาษาด้วย และถ้าเป็นไปได้ก็อย่าเกี่ยง อย่าเลือกงานมาก โอกาสมันไม่ค่อยมาหา อย่าปล่อยให้หลุดมือนะคะ



   

วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ตุนเสบียงไทยในเซาเปาโล (Thai Groceries Shopping in SP)

แต่ก่อน เวลาที่บินมาเที่ยวบราซิล ครั้งละสองเดือนๆ เลยไม่ค่อยอะไรมากมายกับความรู้สึกโหยหาอาหารไทย เพราะมาแป๊บๆ แล้วก็กลับ แต่พอได้ย้ายมาอยู่ที่นี่จริง ก็เริ่มหวั่นๆ กระเป๋าเดินทางที่ขนสัมภาระมาจากเมืองไทยส่วนใหญ่ก็มีเสื้อผ้า ของใช้ และของกินแบบเต็มอัตราศึก ถึงขั้นต้องซื้อ extra bagage เพิ่มอีก 1 ใบเลยทีเดียว เนื่องจากกลัวจะอดอยากปากแห้ง คิดถึงอาหารบ้านเรา แต่ปัญหาคือ ต่อให้เราขนมามากมายแค่ไหน ใช้ไปเรื่อยๆ ของก็ต้องมีวันหมด ทีนี้สาวไทยบ้านนาเลยต้องออกไปเสาะหาเสบียงข้าวของไทยมาสต๊อกเพิ่ม

วันนี้ฟิวส์ขอแนะนำแหล่งชอปเสบียงของเหล่าสาวไทยแห่งเมืองเซาเปาโลนะคะ

บรรยากาศย่าน Liberdade ค่ะ
บรรยากาศย่าน Liberdade ค่ะ
ออกจาก Metro สถานี Liberdade ก็จะพบกับบรรยากาศเอเชียอันอบอุ่น


บรรยากาศย่าน Liberdade ค่ะ
Liberdade (ลิ-เบอ-ดา-จิ) หรือชื่อเล่นว่า J-Town 

... ใช่แล้วค่ะ มันคือ Japan Town นั่นเอง คงแปลกใจใช่มั๊ยคะที่ทำไมไม่เรียกว่า China Town ก็เนื่องจากที่บราซิลมีพลเมืองที่เป็นคนญี่ปุ่น (Brazilian-Japanese) เยอะมากๆ อิมมิเกรทมาเมื่อร้อยกว่าปีก่อน จึงทำให้ ณ ปัจจุบันบราซิลมีประชากรที่เป็นบราซิเลี่ยนเจแปนนีสเยอะมาก น่าจะรุ่นเจเนอเรชั่น 2 - 3 แล้ว แต่ส่วนใหญ่จะพูดภาษาญี่ปุ่นกันไม่ได้แล้วละค่ะ กลายเป็นบราซิเลี่ยนกันหมดแล้ว ^.^ ทั้งนี้ทั้งนั้นการที่มีคนญี่ปุ่น (จีน เกาหลี) อาศัยอยู่มากจึงทำให้ข้าวของ อาหาร หรือแฟชั่นของบราซิลทั่วๆ ไปมีกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่น เอชียนๆ ปะปนอยู่มากมายเลยทีเดียว จึงทำให้ Liberdade กลายเป็นแหล่งรวมร้านค้า ข้าวของ ร้านอาหารเอเชียทั้งหลายแหล่ไว้ (แต่จะเน้นหนักไปทางข้าวของญี่ปุ่น) ของขายที่นี่มีตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบเลย เรียกได้ว่า มาที่เดียวครบ One stop service ยังไงยังงั้น เอิ้กๆๆๆ

บรรยากาศย่าน Liberdade ค่ะ 

       การเดินทางมา Liberdade หากใครจะมาแนะนำว่าให้ขึ้น Metro มาลงที่สถานี Liberdade ได้เลยค่ะ สะดวกรวดเร็วมาก แต่ถ้าจะขับรถมาก็ดีเช่นกัน เอารถมาเตรียมขนสเบียงกลับ แต่ต้องหาที่จอดรถกันหน่อย เพราะแถวนั้นหาที่จอดรถยากนิดนึง ไม่อย่างนั้นก็ต้องไปจอดแบบเสียตังค์ในที่ Estacionamento (เป็นธุรกิจที่จอดรถค่ะ) ซึ่งราคาก็ค่อนข้างจะแพงเอาเรื่องอยู่ แต่นานๆ มาทีก็คุ้มเหมือนกันค่ะ ขับรถมาชอปสเบียง ซื้อทีเอาให้คุ้มไปเลยเดือนนึง อิอิ จะได้ไม่ต้องเสียเวลามาบ่อยๆ 

       แต่ละร้านที่ย่าน J Town จะขายของคล้ายๆ กัน แนะนำว่าให้ลองเดินดูรอบๆ ก่อน ดูราคา ดูคุณภาพ ดูความสดใหม่ (ของของสด เช่น ผัก เนื้อ ลูกชิ้น อะไรประมาณนี้) ดูวันหมดอายุ เซอเวย์ไปเรื่อยๆ ก็สนุกไปอีกแบบ
     
       เวลาเดินผ่านจะเห็นว่าแต่ละร้านคนจะแน่นมาก บางทีฟิวส์ไปวันธรรมดา คนก็ยังตรึม เยอะพอๆ กับไปช่วงเสาร์อาทิตย์ ร้านประจำที่ฟิวส์ชอบไปซื้อเสบียงจะอยู่ใกล้ๆ กับทางออก Metro เลย ชื่อร้าน TOWA เค้ามี พริกแกงไทยแทบจะทุกประเภท กองทัพซอสไทย และของกินจากเมืองไทยเยอะกว่าร้านอื่นๆ ส่วนขนมขบเคี้ยวจะเดินซื้อขนมตามร้านอื่นๆ เราต้องเฉลี่ยๆ กันไปบ้างใช่มั๊ยคะ กระจายรายได้ให้ทั่วถึง อิอิ ของใช้ ส่วนเรื่องราคา แต่จะร้านก็จะพอๆ กัน อาจจะมีต่างกันนิดหน่อย บวกลบไม่ถึง R$1 ถ้าไม่คิดอะไรมาก ส่วนใหญ่ก็จะซื้อร้านเดียวเยอะๆ ไปเลย เพราะสะดวกดี แต่ถ้าอยากเดินตะลุย survey ของกิน และเทียบราคา ก็ได้เช่นกันค่ะ สนุกไปอีกแบบ

       ของสดพวกผัก ผลไม้ ของสด และซอสต่างๆ แบบบ้านเราที่หาตาม supermarket ทั่วๆ ไปไม่ค่อยได้ เราสามารถมาหาซื้อได้ที่นี่ค่ะ เช่น ครก อุปกรณ์จิปาฐะคล้ายๆ ร้าน Daiso บ้านเรา ผักบุ้ง ผักกวางตุ้ง ดอกกุยช่าย ขิง ข่า เต้าหู้ไข่ พุทรานมสด มะระ ข้าวเหนียว กะปิ น้ำปลา เครื่องตุ๋นยาจีน หมูหยอง กุนเชียง ปูอัด ลูกชิ้นปลา ข้าวเกรียบ ผงชาเย็น ชาเขียวพร้อมดื่มยี่ห้อ ขนมขบเคี้ยว เครื่องเทศต่างๆ ฯลฯ ร่ายเป็นรายตัวไม่หมดแน่ๆ ค่ะ


       เอาไว้ลองดูรูปละกันนะคะ รูปพวกนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งนะคะ พอดีฟิวส์เจออะไรก็จะถ่ายเก็บมาไว้ให้ที่บ้านดู พ่อแม่จะได้เลิกห่วง กลัวลูกผอมเพราะอดอยากซักที อิอิ (ส่วนมากฟิวส์จะอัพเดตที่ Facebook น่ะค่ะ แต่ไม่สามารถเอารูปทั้งหมดมาลงใน Blog ได้ มันเยอะเกินไป ^^" ขอลงนิดๆ หน่อยๆ เพื่อเป็นไกด์ไลน์ก็พอนะคะ) แนะนำว่าถ้ามีเวลาก็ลองเดินเข้า-ออกทุกร้านเลยก็ดีค่ะ สาวไทยแบบเราชอบเดินชอปปิ้งออกกำลังกายกันอยู่แล้ว อิอิ

       ท้ายนี้คอนเฟิร์มค่ะว่าบราซิลก็มีข้าวของไทยค่อนข้างเยอะพอสมควร อาจจะไม่ครบ ตัวเลือกไม่เยอะเหมือนตลาดของไทยในประเทศอื่นๆ เช่นอเมริกา ออสเตรเลีย แต่ก็พอถูไถ แก้ขัด ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเราในประเทศบราซิลไม่ขัดสนเรื่องอาหารการกินจนทำให้เกิดโฮมซิคแน่ๆ ค่ะ



แถมค่ะแถม!!

ขอแถมความคิดเห็นและข้อแนะนำส่วนตัว สำหรับผู้ที่กำลังจะย้ายมาอยู่บราซิล ไม่ว่าจะถาวร หรือ ชั่วคราวนะคะ

1) สเบียงของกิน ถ้าเราติดรสชาติอาหารไทยมากๆ แนะนำให้เตรียมตุนพวกผงคนอร์ คนอร์ก้อนรสที่ชอบ แบบที่ใช่มาเยอะๆ เลยค่ะ เพราะผงปรุงรสที่บราซิลบอกตามตรงว่ารสชาติไม่ค่อยถูกปากคนไทยเท่าไหร่ การสั่งซื้อ หรือให้คนส่งของมาให้ทีหลัง ทั้งแพงกว่า ทั้งลำบากกว่า แบกมาเองมากๆ นอกเหนือจากนี้เราพอจะสามารถหาซื้อได้ หรือไม่ก็สามารถอะแด็พได้จากของกิน (ของใช้) ที่หาได้จากท้องถิ่นค่ะ ที่นี่มีของที่มีรสชาติ และกลิ่นคล้ายๆ กันกับอาหารไทยเยอะพอสมควร

2) เตรียมตัวล่วงหน้าในการหัดทำครัว อย่างน้อยเอาขั้นง่ายๆ อาหารแบบธรรมดาสามัญ จานโปรดที่เราชอบ ไม่ก็ของหวาน หรือจานพิเศษ เผื่อไว้สำหรับโชว์ฝีมือให้ครอบครัว เพื่อนบ้าน หรือเพื่อนๆ ชาวแซมบ้าชิม ... จากประสบการณ์ส่วนตัว ฟิวส์เป็นคนที่ไม่ชอบกินอะไรซ้ำๆ เดิมๆ อยู่เมืองไทย ร้านข้าวราดแกง ร้านอาหารทุกประเภท มีให้เราเลือกเข้าออกเป็นว่าเล่น แทบจะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำกับข้าวกินเองเลยด้วยซ้ำ เพราะค่าครองชีพไม่สูง แถมมีร้านรวงหลายสัญชาติให้เลือกหลากหลาย ผิดกับที่นี่ค่ะ อาหารเค้าจะเน้นแบบเดิมๆ ถ้าไปร้านอาหารทั่วๆ (คล้ายๆ ข้าวราดแกงแบบเดินเลือกตักเอง) ไปจะเป็นแนวชั่งกิโล แต่ละร้านอาหารก็จะเหมือนๆ กัน กินบ่อยๆ ก็เริ่มเป็นโรคเบื่ออาหาร ถ้าจะไปร้านอาหารแนวอื่นๆ ก็ราคาจะสูงนิดนึง นานๆ ทีพอไหว แต่จะฝากท้องกินทุกวัน วันละ 3 มื้อ คงโดนสามีเคอฟิวแน่ๆ อิอิ เพราะฉนั้น จึงควรหัดทำกับข้าวไว้บ้าง นิดๆ หน่อยๆ ก็ยังดี เดี๋ยวพอมาอยู่ไปนานๆ ความจำเป็นจะบังคับทำให้เราหัดเข้าครัว ทำครัว ลองทำเมนูได้หลากหลายมากขึ้นเองค่ะ

3) อย่าคาดหวังกับน้ำบ่อหน้ามาก หาข้อมูลไว้ก่อนมากๆ เช่น ของที่เราจำเป็นจะต้องใช้อะไรในชีวิตประจำวัน ของที่เราชอบกินบ่อยๆ ที่ประเทศที่เราจะไปอยู่พอจะมีขายมั๊ย วัตถุดิบที่จะใช้ทำเราพอจะหาได้รึเปล่า หาจากไหนได้บ้าง จริงอยู่ว่าที่นี่อาจจะมีขาย อาจจะหาซื้อได้ แต่ด้วยความที่ต่างประเทศต่างสถานการณ์ ต่างวิถีดำเนินชีวิต ถ้าจะหวังว่าไปถึงค่อยตามหา ค่อยไปตระเวนหาซื้อคงลำบาก และอาจจะทำให้เกิดความท้อตามมา คร่ำครวญกับตัวเองว่าประเทศนี้มันช่างอยู่ยาก อยู่เย็น อะไรประมาณนี้ เพราะฉนั้นเตรียมอะไรๆ ที่คิดว่าตัวเองจำเป็นต้องกิน ต้องใช้ติดมาบ้างส่วนหนึ่ง แล้วพออะไรๆ เข้าที่เข้าทางค่อยวางแผนการอำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตในบราซิล จะทำให้เราไม่เครียด ไม่อึดอัดกับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากที่เราเคยอยู่ค่ะ

การเตรียมตัวมาดีมีชัยไปกว่าครึ่งนะคะ อยู่ไหนก็แฮปปี้ มีความสุข อิอิ